ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2, การรับรู้สุขภาวะ, พฤติกรรมการป้องกันโรค, การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเกิดโรค การรับรู้ในความรุนแรงของโรค ความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบสนอง ความคาดหวังในความสามารถของตนเอง กับพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 152 คน ในเขตพื้นที่ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามแบบตอบด้วยตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ สถิติสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และสมการถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ภาวะสุขภาพเกี่ยวกับการดูแลตนเองในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง (M = 27.81, SD = 3.85) โดยแบ่งออกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการรับรู้ในความรุนแรงของการเป็นโรค 28.69 คะแนน (SD = 3.89) ด้านการรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเป็นโรค 27.13 คะแนน (SD = 4.57) ด้านความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบสนอง 26.35 คะแนน (SD = 4.26) และด้านความคาดหวังในความสามารถของตน 25.68 คะแนน (SD = 3.81) ตามลำดับ ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านลักษณะประชากรกับระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารของผู้ป่วยเบาหวาน พบว่า ปัจจัยด้านดัชนีมวลกาย มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำมากกับระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .208, p < .05) และปัจจัยด้านพฤติกรรมการดูแลตนเองมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการรับรู้ภาวะสุขภาพในระดับต่ำ อย่างมีนัยทางสถิติ (r = 0.323, p < .01)
เอกสารอ้างอิง
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการความเครียดสำหรับวัยทำงาน. Retrieved from www.hed.go.th/linkhed/file/261
กิตต์กวี โพธิ์โน. (2560). กรมสุขภาพจิต เตือน ผู้ป่วยเบาหวาน !! อย่าปล่อยให้เกิด “โรคทางอารมณ์” เสี่ยงโรคสมองเสื่อมเร็วขึ้น!! Retrieved from http://thainews.prd.go.th/th/website_th/news/print_news/TNSOC6011140010045
จิรพรรณ ผิวนวล และประทุม เนตรินทร์. (2561). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางแก้ว ในตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 1(2), 46-61.
ณิชกานต์ หลายชูไทย. (2560). ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน. Retrieved from https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/diabetes-complications/
ธนวัฒน์ สุวัฒนกุล. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 12(3), 515-522.
มนรดา แข็งแรง, นันทัชพร เนลสัน, สมจิตร การะสา และปิตินัฎ ราชภักดี. (2560). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มารับบริการในโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดอุบลราชธานี. การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 2, 968-980.
สมจิตร ชัยยะสมุทร และวลัยนารี พรมลา. (2560). แนวทางการพัฒนาความรู้ทัศนคติและพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน จังหวัดปทุมธานี. วารสารบัณฑิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 15(2), 111-123.
Alanazi, F. K., Alotaibi, J. S., Paliadelis, P., Alqarawi, N., Alsharari, A., & Albagawi, B. (2018). Knowledge and awareness of diabetes mellitus and its risk factors in Saudi Arabia. Saudi Medical Journal, 39(10), 981-989.
Jannoo, Z., Wah, Y. B., Lazim, A. M., & Hassali, M. A. (2017). Examining diabetes distress, medication adherence, diabetes self-care activities, diabetes-specific quality of life and health-related quality of life among type 2 diabetes mellitus patients. Journal of Clinical & Translational Endocrinology, 9, 48-54.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร