รูปแบบการจัดการสุขภาพของชุมชน ภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัส (โควิด-19) ของชุมชนในพื้นที่จังหวัดตราด
คำสำคัญ:
การจัดการ, สุขภาพของชุมชน, ภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาไวรัส(โควิด-19)บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน เรื่องการพัฒนารูปแบบการจัดการสุขภาพชุมชน ภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการจัดการสุขภาพ ภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ดำเนินการศึกษาในพื้นที่นำร่องการศึกษาได้แก่ พื้นที่ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยประชากรที่ศึกษาได้แก่ผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนา ประกอบด้วยคณะกรรมการกองทุนสุขภาพตำบล แกนนำชุมชนและผู้เกี่ยวข้องของพื้นที่ดำเนินการศึกษา จำนวน 40 คน ขั้นตอนในการวิจัยและพัฒนาประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่า
- ประสิทธิผลการเพิ่มความสามารถ พบว่าก่อนการเข้าร่วมกระบวนการพัฒนาศักยภาพ คณะกรรมการกองทุนสุขภาพตำบล แกนนำชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่เข้าร่วมการพัฒนามีความรู้เกี่ยวกับการจัดการภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 50.0 หลังการเข้ารับการพัฒนา มีความรู้อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 75.0
- ประสิทธิผลการสร้างเวทีการเรียนรู้ในการวิเคราะห์สถานการณ์การจัดการสุขภาพชุมชนโดยการนำกลไกทั้ง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มองค์กร ทุน และความรู้ ผลการสร้างเวทีการเรียนรู้ ทำให้เกิด “ห้วยแร้งโมเดล” ประกอบด้วยกิจกรรมการจัดการสุขภาพชุมชนภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 5 ประเด็น ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการโรค ด้านการส่งเสริมสุขภาพและการควบคุม/ป้องกันโรค ด้านการเป็นผู้นำและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการโรคโควิด-19 ด้านเทคโนโลยีเพื่อจัดการโรคโควิด-19 และด้านการจัดการภายใต้สถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19
- ขั้นประเมินผลการพัฒนา โดยการวัดผลการเรียนรู้หลังการประชุมปฏิบัติการ พบว่าหลังการเข้าร่วมกระบวนการพัฒนาศักยภาพ คณะกรรมการกองทุนสุขภาพตำบล แกนนำชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความรู้เกี่ยวกับจัดการสุขภาพภายหลังสถานการณ์โรคโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 75.0 และชุมชนมีคู่มือ/แนวทางการรับมือกับสถานการณ์ในสภาวะวิกฤตของโรคโควิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2563). แนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุข เพื่อการจัดการภาวะระบาดของโรคโควิด-19 ในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1).
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2563). แนวทางการดำเนินงานคัดกรอง เฝ้าระวัง และสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_srrt/g_srrt_041263.pdf
สืบค้น 5 กุมภาพันธ์ 2564.
ธัญลักษณ์ มณีโชติ และนริสรา หร่ายพิมายริ. (2557). การประเมินโดยใช้แนวคิดโมเดลเชิงตรรกะ (Logic Model evaluation approach). วารสารการวัดผลการศึกษา, 31(90), 1-12.
วีระ นิยมวัน. (2542). การประชุมทำงานอย่างมีส่วนร่วมความคิดสร้างสรรค์ AIC นนทบุรี โครงการตำรา สำนักงานวิชาการ กรมอนามัย.
วีรานันท์ พงศาภักดี. (2544). การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงกลุ่ม : ทฤษฎีและการประยุกต์ (กับ GLIM และ SPSS/FW). โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุเทพ พลอยพลายแก้ว และคณะ. (2560). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพตนเองของชุมชน จังหวัดลพบุรี. วารสารทหารบก ปีที่ 19 (กค.-เมย.).
สุมาลี จุทอง. (2562). การจัดการภัยพิบัติโรคระบาดโควิด 19 ในพื้นที่ชุมชนริมคลองหัวหมากน้อย สำนักงานเขตบางกะปิ.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2563). คู่มือการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด. (2565). สรุปรายงานประจำปีงบประมาณ 2565.
องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย. (2018). รายงานสถานการณ์ COVID-19 โดยองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ฉบับที่ 140 ล่าสุด. สืบค้นจาก https://cdn.who.int/media/docs/default-source/searo/thailand/2021_01_30_tha-sitrep-140-covid19-th.pdf?sfvrsn=cb787f6f_3
อริศรา ชูชาติ และคณะ. (2538). เทคนิคเพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วม สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล นครปฐม.
Bloom BS. (1971). Handbook on formation and Summative Evaluation of Student Learning. New York: McGraw-Hill Book Company.
World Health Organization (WHO). (2021). WHO Coronavirus Disease (COVID-19) Global Situation. Retrieved from https://covid19.who.int/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร