การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการพัสดุและสัญญางานก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ภายในเครือข่ายสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี: การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
คำสำคัญ:
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, รูปแบบการบริหารจัดการพัสดุและสัญญางานก่อสร้าง, วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการพัสดุและสัญญางานก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครือข่ายสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการพัสดุและสัญญางานก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ภายในเครือข่ายสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ตามแนวคิดหลักการบริหาร POLC ออกแบบการวิจัยเป็น 4 ระยะ คือ การวิเคราะห์สถานการณ์ การวางแผนแบบมีส่วนร่วม การพัฒนารูปแบบการบริหารพัสดุและสัญญางานก่อสร้าง การประเมินอิงผู้เชี่ยวชาญ และการสะท้อนผลจากเครือข่ายในระดับปฏิบัติเพื่อการพัฒนา และนำไปจัดลำดับความสำคัญโดยการบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการของหน่วยงานในปี 2567-2568 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้บริหาร และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพัสดุระดับอำเภอและจังหวัด จำนวน 44 คน เก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการประเมินผลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์แก่นสาระและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลวิจัยที่สำคัญพบว่า สาเหตุของการบริหารพัสดุและสัญญางานก่อสร้างไม่สำเร็จ ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ ด้านผู้รับจ้าง ด้านเจ้าหน้าที่พัสดุ และด้านรูปแบบการบริหารจัดการพัสดุและสัญญางานก่อสร้าง และด้านการมีส่วนร่วม สำหรับรูปแบบการบริหารพัสดุที่พัฒนาขึ้นมีเน้น 4 ขั้นตอนหลัก รวมทั้งสิ้น 17 แนวปฏิบัติ ได้แก่ ขั้นการวางแผน 6 แนวปฏิบัติ ขั้นการจัดการองค์กร 3 แนวปฏิบัติ ขั้นภาวะการเป็นผู้นำ 3 แนวปฏิบัติ และขั้นการควบคุม 5 แนวปฏิบัติ ซึ่งรูปแบบนี้ได้ผ่านการประเมินอิงผู้เชี่ยวชาญในด้านความเหมาะสมและความเป็นไปได้ และสะท้อนผลจากการที่เครือข่ายระดับอำเภอและจังหวัดรับแนวปฏิบัติทุกข้อในแผนปฏิบัติการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่อไป ซึ่งข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบนี้ไปประยุกต์ใช้ควรพัฒนาคู่มือปฏิบัติงาน พัฒนาระบบการสื่อสาร และศึกษาวิจัยประเมินผลต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป (2566). สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี. รายงานการตรวจราชการระดับจังหวัดชลบุรี.
กองบริหารการสาธารณสุข. (2563). ระเบียบ แนวทางการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ. กองบริหารการสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : บริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข.
จุฬาภรณ์ โสตะ. (2554). แนวคิดและการประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ. ขอนแก่น : ภาควิชาสุขศึกษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
เชษฐ์ธิดา ชูแก้ว ธนวิทย์ ทับหิรัญรักษ์ และสุคนธ์ เครือน้ำคำ. (2560). ปัญหาและอุปสรรคต่อกระบวนการใน การจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรบริหารส่วนจังหวัดระนอง. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ชยพล อึงบวรตระกูล. (2563). การศึกษาความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารในมุมมองของผู้บริหาร และควบคุมการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโครงการก่อสร้าง, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นัจนันนท์ มิตรสัมพันธ์ และกวิน ตันติเสวี. (2566). การศึกษาปัญหาความเสี่ยงที่มีผลต่อการดำเนินงานและการเงินของผู้รับเหมาก่อสร้างรายย่อย โครงการก่อสร้างอาคารหน่วยราชการ ในเขตพื้นที่ภาคกลาง. ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
พัชนา เฮ้งบริบูรณ์พงศ์ ใจดี. (2565). การจัดการสุขภาพชุมชน : หลักการและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์.
รังสรรค์ ประเสริฐศรี. (2549). การจัดการสมัยใหม่. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสาร.
อริสรา สุดสระ. (2562). ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานพัสดุของผู้ปฏิบัติงานพัสดุมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. สถาบันวิจัยและพัฒนา, กองทุนส่งเสริมงานวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
Allen L.A. (1958). Management and organization. NY: McGraw-Hill.
Bateman, Thomas S. and Scott A. Snell. (1999). Manage: Building Competitive Advantage. 4th ed. Boston: Irwin McGraw-Hill, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร