การพัฒนาและขับเคลื่อนตำบลปลอดภัยในการจัดการอุบัติเหตุทางถนนแบบมีส่วนร่วม ในพื้นที่ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วม, ตำบลปลอดภัย, และอุบัติเหตุทางถนนบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory action research : PAR) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนตำบลปลอดภัยในการจัดการอุบัติเหตุทางถนนแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ จำนวน 7 ตำบล 77 หมู่บ้าน 12,101 หลังคาเรือน กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเฉพาะเจาะจง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 352 คน และกลุ่มสำรวจ อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน โดยทำการตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง เก็บข้อมูลระหว่าง 1 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเชิงคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบ เพศชายตอบแบบสอบถามสูงสุด จำนวน 273 คน (คิดเป็นร้อยละ 68.25) ช่วงอายุที่ตอบแบบสอบถามมากที่สุด 18-60 ปี จำนวน 365 คน (คิดเป็นร้อยละ 91.25) อาศัยอยู่ในตำบลป่าสักมากที่สุด จำนวน 67 คน (คิดเป็นร้อยละ 16.75) ช่วงเวลาที่ใช้ถนนมากที่สุดเวลาเร่งด่วน (07.00-8.00 น. และ 15.00-16.00น.) จำนวน 154 คน (คิดเป็นร้อยละ 38.50) ชนิดของยานพาหนะที่ใช้มากที่สุด รถจักรยานยนต์ จำนวน 262 คน (คิดเป็นร้อยละ 65.50) ความถี่ในการใช้เส้นทางมากที่สุดคือ 4-6 ครั้งต่อสัปดาห์ จำนวน 205 คน (คิดเป็นร้อยละ 51.25) ความเร็วที่ใช้ในการขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มากที่สุดคือ ต่ำกว่า 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง จำนวน 235 คน (คิดเป็นร้อยละ 58.75) และสภาพถนนไม่เหมาะสม เช่น มีหลุมบ่อ พบมากที่สุด ในการเกิดอุบัติเหตุ (X̄ = 4.20, S.D.=0.45) ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด คือ ด้านสภาพแวดล้อม (X̄ = 2.70) รองลงมา คือ ด้านยานพาหนะ (X̄ = 2.46), ด้านถนน (X̄ = 2.43) และด้านผู้ใช้รถใช้ถนน (X̄ = 2.42) ตามลำดับ ชุมชนได้แนวทางการพัฒนาโดยจัดการจุดเสี่ยง แบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ ชุมชนดำเนินการในปัญหาที่สามารถจัดการได้โดยชุมชนเอง และส่งต่อข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าดำเนินการแก้ไข
เอกสารอ้างอิง
กองป้องกันการบาดเจ็บ. เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานป้องกันการบาดเจ็บจาก อุบัติเหตุทางถนนระดับพื้นที่. นนทบุรี : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. 2564.
ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน. สถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทุกจังหวัด ปี พ.ศ.2561. [ออนไลน์]. (2564) เข้าถึง เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564]. เข้าถึงได้จาก http://www.thairsc.com
ประชาสรรณ์ แสนภักดี. (2564). เทคนิคกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม Mind Map&AIC for Participatory Planing. Retrieved from http://www.prachasan.com/mindmapknowledge/aic.html
ปิยนุช ภิญโย กิตติภูมิ ภิญโย กล้วยไม้ ธิพรพรรณ และประภัสศรี ชาวงษ์. (2565). การพัฒนารูปแบบเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ 49 ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม 2565.
รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุทาง ถนนของกระทรวงคมนาคม พ.ศ.2561. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงคมนาคม. 2564.
World health organization. Global status report on road safety 2018. Geneva : World Health Organization. 2019
รายงานประจำปี 2564. กรุงเทพมหานคร : กองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย. 2561. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร.
รายงานผลการดำเนินงานโครงการถนนปลอดภัยอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่. (มปป). มปท. (เอกสารอัดสำเนา)
ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน. (2564). สถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทุกจังหวัด ปี พ.ศ. 2561. Retrieved from http://www.thairsc.com
ศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน. งานอุบัติเหตุทางถนน. รณรงค์ความปลอดภัยทางถนนการใช้ถนนปลอดภัย เข้าถึง เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564]. เข้าถึงได้จาก https://www.roadsafetythai.org
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. เครื่องมือ 5 ชิ้น ที่ทำให้การขับเคลื่อนกลไก สปถ.ไปสู่ผลลัพธ์ เข้าถึง เมื่อวันที่ เมษายน 2564]. เข้าถึงได้จาก https://dol.thaihealth.or.th
Bureau of Noncommunicable Diseases, Department of Disease Control, Ministry of Public Health. (2016). Guidelines for assessment of road accident prevention operations DHS-RTI. (n.p.). (in Thai)
Thailand Accident Research Center ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทยเข้าถึง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก http://www.tarc.or.th/research/135#.YtuhzHZBxPY
World Health Organization. (2018). World Health Organization 2018.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคใต้)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร