ประสิทธิผลการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
ประสิทธิผล, บริหารพัสดุ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจการบริหารงานพัสดุ ระดับประสิทธิผลการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดสงขลา และความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ความเข้าโจการบริหารงานพัสดกับประสิทธิผลการบริหารพัสดุของโรงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดสงขลา รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามโดยความสมัครใจ ประซากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ (Study Population) คือผู้ปฏิบัติงานพัสดของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสูงขลา จำนวนทั้งสิ้น 175 คน โดยสามารถเก็บแบบสอบถามกลับคืนมาได้ 175 คน คิดเป็นร้อยละ 100.0 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ค่าสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson's Product-Moment Correlation Coefficient) ความรู้ความเข้าใจต่อการบริหารงานพัสดุในภาพรวม พบว่า ผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุมีความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 56.6 รองลงมา คือ ระดับสูง ร้อยละ 39.4 และ ระดับน้อย ร้อยละ 4.0 ตามลำดับ
ผลการศึกษาพบว่า ระดับประสิทธิผลการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.39,
= 0.50) เมื่อจําแนกรายด้าน พบว่า ด้านความคุ้มค่ามีค่าเฉลี่ยมากที่สุด อยู่ในระดับมาก (
= 4.47,
= 0.58) รองมา คือ ด้านการตรวจสอบประสิทธิผลอยู่ในระดับมาก (
=4.46,
= 0.61) และด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล(
= 4.42,
= 0.53) ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ความเข้าใจกับประสิทธิผลการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดสงขลา พบว่า ในภาพรวมไม่มีความสัมพันธ์กัน แต่เมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้าน พบว่า ความรู้ความเข้าใจในการบริหารพัสดุ มีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับต่ำกับประสิทธิผลการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดสงขลาด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล (r= 0.16, p-value=0.03)
ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ พบว่า ควรส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความเข้าใจในด้านการจัดหาพัสดุเพิ่มเติม เพื่อให้ส่งผลถึงประสิทธิผลการบริหารงานพัสดของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดสงขลาให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น และควรมีการจัดทำคู่มือการบริหารพัสดุโดยมีการอธิบายวิธีการดำเนินงานอย่างชัดเจน และเป็นระบบสามารถนำมาปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมเหมาะสม ทำให้การบริหารงานพัสดุมีประสิทธิผลมากยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
กรมบัญชีกลาง. (2560). พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134. ตอนที่ 24 ก. หน้า 13 - 54. 24 กุมภาพันธ์ 2560.
เฉลิมชัย อทการ (2559). ความสัมพัมพันธ์ระหว่างความรู้ด้านการบริหารงานพัสดกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน บุคลากรทางด้านพัสดในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วารสารการบัญชีและการจัดการ. 8 (3) : 24 - 33.
ทัศนีย์ เสียงดัง. (2560). กลยุทธ์การบริหารงานพัสดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานพัสดุของสถาบันอุดมศึกษา
ธีรยุทธ์ สำราญทรัพย์. (2551). การบริหารงานพัสดุขององค์กรส่วนท้องถิ่น. นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2543) . การวิจัยการวัดและประเมินผล. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : ศรีอนันต์การพิมพ์
เบญญาภา ยาโตปมา และพิพัฒน์ ไทยอารี. (2558). การบริการพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. วารสารบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต. 4 (3) : 1010-1017
ปราณี พูลพิทักษ์ธรรม. (2557) ประสิทธิผลการบริหารงานพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ. (2560). การบริหารพัสด. ค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2565, จาก http://www.parathkam.police.go.th/web/kob29/langkarnpassadu.pdf
สุวรรณ นิสดล. (2549). การบริหารพัสดุและสินทรัพย์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2. อุบลราชธานี : วิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
สุภัทร หลีกทุกข์. (2565).ประสิทธิผลการบริหารหารงานพัสดของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดลพบุรี. ลพบุรี: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านหมี่.
อริสรา สุดสระ. (2562). ปัญหา และแนวทางการบริหารงานพัสดุของผู้ปฏิบัติงานพัสดุในมหาวิทยาลัยเทคโลยีราชมงคลธัญบุรี. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
Elifson, K. W., Runyon, P. & & Haber, A. (1990). Fundamentals of social statistics (2nd ed.). New York: McGraw-Hill.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร