จริยธรรมการตีพิมพ์

วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพไทยก้าวหน้า (THSF) ยึดถือแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ตามแนวทางของ Committee on Publication Ethics (COPE) สำหรับบรรณาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้นิพนธ์ ดังนี้

1. จริยธรรมของบรรณาธิการ

บรรณาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบในการตัดสินใจรับหรือปฏิเสธบทความโดยพิจารณาจากคุณภาพทางวิชาการและความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสารเป็นสำคัญ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ เพศ สัญชาติ ความเชื่อทางศาสนา หรือสังกัดสถาบันของผู้นิพนธ์

บรรณาธิการต้องรักษาความลับของบทความที่อยู่ในกระบวนการพิจารณา ไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความหรือผู้นิพนธ์แก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง และต้องถอนตัวจากกระบวนการพิจารณาหากมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบทความใดบทความหนึ่ง

บรรณาธิการต้องดำเนินการอย่างเหมาะสมเมื่อพบหลักฐานของการประพฤติมิชอบทางวิจัย การลอกเลียนผลงาน หรือการส่งบทความซ้ำซ้อน โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติของ Committee on Publication Ethics (COPE)

2. จริยธรรมของผู้ทรงคุณวุฒิ

ผู้ทรงคุณวุฒิต้องพิจารณาบทความด้วยความเป็นกลาง มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพบทความอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดหลักการพิจารณาแบบ double-blind เพื่อรักษาความเป็นกลางของกระบวนการ

ผู้ทรงคุณวุฒิต้องรักษาความลับของบทความที่ได้รับมอบหมายให้พิจารณา ไม่นำข้อมูลในบทความไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว และต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบหากมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือหากพบว่าบทความมีส่วนคล้ายคลึงกับผลงานอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ทรงคุณวุฒิควรตอบรับหรือปฏิเสธคำเชิญภายในระยะเวลาที่กำหนด และส่งผลการพิจารณาภายในกำหนดเวลาที่ตกลงไว้

3. จริยธรรมของผู้นิพนธ์

ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าบทความที่ส่งเป็นผลงานต้นฉบับที่ยังไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของวารสารอื่นในขณะเดียวกัน การส่งบทความซ้ำซ้อนถือเป็นการประพฤติมิชอบทางวิชาการที่ร้ายแรง

ผู้นิพนธ์ต้องระบุผู้มีส่วนร่วมในการวิจัยและการเขียนบทความอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามหลักความเป็นผู้นิพนธ์ (authorship) ที่แท้จริง โดยบุคคลที่ได้รับการระบุชื่อเป็นผู้นิพนธ์ต้องมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการออกแบบการวิจัย การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ หรือการเขียนรายงาน

ผู้นิพนธ์ต้องแสดงข้อมูลและผลการวิจัยอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือน ปลอมแปลง หรือละเว้นข้อมูลที่มีนัยสำคัญ และต้องแจ้งผลประโยชน์ทับซ้อนทุกประเภทที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางของงานวิจัย

ผู้นิพนธ์ต้องอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง การนำผลงานของผู้อื่นมาใช้โดยไม่อ้างอิงหรือการลอกเลียนผลงาน (plagiarism) ถือเป็นการละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์ที่ยอมรับไม่ได้

4. จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์

บทความวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทุกชิ้นต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ผู้นิพนธ์ต้องระบุหมายเลขการรับรองจริยธรรม (ethics approval number) และชื่อคณะกรรมการที่ให้การรับรองไว้ในบทความ

การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต้องดำเนินการภายใต้หลักการของปฏิญญาเฮลซิงกิ (Declaration of Helsinki) และต้องได้รับความยินยอมโดยแจ้งให้ทราบ (informed consent) จากผู้เข้าร่วมวิจัยทุกคน ในกรณีที่มีการเก็บข้อมูลที่อาจระบุตัวตนได้ต้องดำเนินการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

5. จริยธรรมการวิจัยในสัตว์

กรณีงานวิจัยที่ใช้สัตว์ ต้องระบุเลขที่หนังสือรับรองและชื่อคณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของสถาบัน และดำเนินการวิจัยตามระเบียบของประเทศและหลักการสากลว่าด้วยการเลี้ยงและใช้สัตว์ทดลอง ทั้งนี้ บทความที่ไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์ไม่ต้องระบุข้อมูลนี้

6. ผลประโยชน์ทับซ้อนและบทความของบรรณาธิการ

ผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และบรรณาธิการต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ทางการเงิน ส่วนบุคคล หรือวิชาชีพ ที่อาจมีอิทธิพลต่อการดำเนินงาน กรณีบทความที่ส่งโดยบรรณาธิการบริหาร กรรมการกองบรรณาธิการ หรือที่ปรึกษากองบรรณาธิการ จะมอบหมายให้บรรณาธิการที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์เป็นผู้ดูแล ผู้นิพนธ์ดังกล่าวต้องไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณาหรือการตัดสินบทความของตนเอง และบทความนั้นต้องผ่านการพิจารณาแบบ double-blind peer review เช่นเดียวกับบทความอื่นทุกบทความ

7. การตรวจสอบการคัดลอกผลงานและความซ้ำซ้อน

กองบรรณาธิการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเนื้อหาและการตีพิมพ์ซ้ำซ้อนของทุกบทความก่อนส่งผู้ทรงคุณวุฒิ บทความที่พบการคัดลอกหรือซ้ำซ้อนเกินเกณฑ์จะถูกส่งคืนผู้นิพนธ์หรือปฏิเสธการตีพิมพ์ และกรณีสงสัยว่ามีการประพฤติมิชอบทางวิชาการจะดำเนินการตามแนวปฏิบัติ (flowchart) ของ COPE

8. การใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) และเครื่องมือช่วยด้วย AI

ห้ามระบุเครื่องมือ Generative AI เป็นผู้นิพนธ์ ผู้นิพนธ์ที่ใช้เครื่องมือดังกล่าวในการเตรียมต้นฉบับต้องระบุชื่อเครื่องมือและวัตถุประสงค์การใช้ไว้ในต้นฉบับ และต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องและความเป็นต้นฉบับของเนื้อหาทั้งหมด ผู้ทรงคุณวุฒิและบรรณาธิการต้องไม่นำต้นฉบับหรือผลการประเมินซึ่งเป็นความลับไปอัปโหลดในเครื่องมือ Generative AI

9. การร้องเรียนและการอุทธรณ์

ผู้นิพนธ์ ผู้อ่าน หรือผู้เกี่ยวข้องสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการหรือเนื้อหาของวารสาร หรืออุทธรณ์ผลการตัดสินของบรรณาธิการ โดยส่งอีเมลถึงกองบรรณาธิการ (keydatacorp@gmail.com) พร้อมหลักฐาน บรรณาธิการบริหารจะพิจารณาเรื่องร้องเรียนหรืออุทธรณ์ทุกเรื่อง และหากจำเป็นจะมอบหมายบรรณาธิการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินเดิมเป็นผู้พิจารณา แล้วแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ร้องเรียน

10. การแก้ไขและการเพิกถอนบทความ

เมื่อพบข้อผิดพลาดในบทความที่ตีพิมพ์แล้ว วารสารจะเผยแพร่ประกาศการแก้ไข (correction) และเมื่อพบว่าบทความมีข้อผิดพลาดร้ายแรงหรือมีการประพฤติมิชอบทางวิชาการ เช่น การสร้างข้อมูลเท็จ การปลอมแปลงข้อมูล การคัดลอกผลงาน หรือการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน วารสารจะเพิกถอนบทความ (retraction) ตามแนวปฏิบัติของ COPE และระบุเหตุผลไว้ในประกาศเพิกถอน