การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคหัดของโรงพยาบาล 46 แห่ง ในเครือข่ายบริการที่ 2 ในปี พ.ศ. 2555
คำสำคัญ:
โครงการกำจัดโรคหัด, การประเมินระบบเฝ้าระวัง, คุณลักษณะเชิงปริมาณ, ประเทศไทยบทคัดย่อ
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการโครงการกำจัดโรคหัด ซึ่งเป็นไปตามพันธะสัญญานานาชาติที่มีเป้าหมายที่ จะกำจัดโรคหัดภายในปี พ.ศ. 2563 และดำเนินการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการกำจัดโรคหัดแก่สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดทุกแห่ง ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อให้จังหวัดเริ่มดำเนินการตามแนวทาง ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2555 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 ร่วมกับสำนักระบาดวิทยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ ประเมินระบบเฝ้าระวังโรคหัดในโรงพยาบาลเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะของระบบเฝ้าระวังโรคหัด ในเชิงปริมาณและให้ข้อเสนอแนะในดำเนินการตามระบบเฝ้าระวังโรคหัด การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา โดยทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยตามรหัส ICD10 ที่มารับบริการในโรงพยาบาล ทั้งหมด 46 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2554 ทบทวนแฟ้มประวัติผู้ป่วยรวม 1,858 ราย เป็นผู้ป่วยที่เข้าตาม นิยามโรคหัด 226 ราย แต่รายงานเข้าระบบรายงานโรค 506 (รง. 506) เพียง 56 ราย คิดค่าความไวเท่ากับ ร้อยละ 24.8 เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่รายงานในระบบ รง.506 จำนวน 117 ราย เป็นผู้ป่วยที่ เข้านิยามการเฝ้าระวังโรค จำนวน 56 ราย คิดเป็นค่าพยากรณ์ ผลบวกร้อยละ 47.9 ความเป็นตัวแทนของระบบเฝ้าระวัง อัตราส่วน เพศชายต่อเพศหญิงภาพรวม 5 จังหวัด ในผู้ป่วยรายงาน 506 เท่ากับ 1.1:1 จากข้อมูลจากเวชระเบียน เท่ากับ 1:1 เมื่อแยกตาม รายจังหวัด พบว่ามี 4 จังหวัดที่สามารถเป็นตัวแทนด้านอายุได้ ส่วนค่ามัธยฐานอายุในภาพรวม 5 จังหวัดในรายงาน 506 เท่ากับ 9 ปี (พิสัย 1 - 25.5 ปี) จากการทบทวนเวชระเบียนเท่ากับ 2 ปี (พิสัย 10 เดือน - 8 ปี) เมื่อแยกตามรายจังหวัด พบว่ามี 1 จังหวัด ที่สามารถเป็นตัวแทนด้านอายุได้ความถูกต้องของการบันทึกข้อมูลเฝ้าระวังจำนวน 56 ราย พบว่าบันทึกข้อมูลถูกต้อง ร้อยละ 83.9 ด้านความทันเวลาของระบบเฝ้าระวังมีความทันเวลา ร้อยละ 87.5 ทั้งนี้ เนื่องจากผู้บริหารรวมถึงผู้ปฏิบัติยังไม่ทราบถึงนโยบาย และแนวทางการดำเนินงานตามโครงการกำจัดโรคหัดอย่างชัดเจน มีการสับเปลี่ยนผู้บันทึกข้อมูลเป็นประจำ อีกทั้งแพทย์บางโรงพยาบาลใช้นิยามในการวินิจฉัยที่มีความจำเพาะสูง และการบันทึกประวัติการเจ็บป่วยไม่ละเอียด ดังนั้นการขี้แจงถึงนิยามและแนวทางการเฝ้าระวังแก่ผู้บริหารรวมถึงผู้เกี่ยวข้องทราบจึงมี ความสำคัญ เพื่อให้การติดตามเฝ้าระวัง การรายงานและสอบสวนโรคได้ครบถ้วนและถูกต้อง
เอกสารอ้างอิง
ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ. โครงการกำจัดโรคหัดในประเทศไทย ตามพันธะสัญญานานาชาติ. ใน: ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ, พรทิพย์จอมพุก, เลิศฤทธิ์ ลีลาธร, บรรณาธิการ. แนวทางการเฝ้าระวังควบคุมโรคการตรวจรักษาและส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อการกำจัดโรคหัดตามโครงการกำจัดโรคหัด ตามพันธะสัญญานานาชาติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2555. หน้า 1-6.
สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรคในเขตตรวจราชการกระทรวง สาธารณสุขที่ 17. กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก; 2550-2554. (เอกสารอัด สำเนา)
ดารินทร์ อารีย์โชคชัย, สมเจตน์ ตั้งเจริญศิลป์. แนวทางการ เฝ้าระวังสอบสวนทางระบาดวิทยาและการรายงานโรคหัด. ใน: ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ, พรทิพย์ จอมพุก, เลิศฤทธิ์ ลีลาธร, บรรณาธิการ. แนวทางการเฝ้าระวังควบคุมโรคการตรวจรักษา และส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อการกำจัดโรคหัด ตามโครงการกำจัดโรคหัดตามพันธะสัญญานานาชาติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย; 2555. หน้า 13-24.
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์เฝ้าระวังผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกเฉียบพลันประเทศไทย ตุลาคม - มีนาคม 2553. เอกสารอัดสำเนา.
วรรณา วิจิตร และคณะ. การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคหัด จังหวัดตาก ปี พ.ศ. 2554. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ประจำสัปดาห์ 2555; 43: 529-34.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2013 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

