ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการป้องกันและการปฏิบัติตน ขณะป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วงของมารดาหรือผู้เลี้ยงดูเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จังหวัดชุมพร
บทคัดย่อ
โรคอุจจาระร่วง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรในแต่ละปีมีผู้ป่วย สูงมาก ปี 2539 เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรด้วยโรคนี้สูงถึง 7,772.92 ขณะที่เป้าหมายการดำเนินงานควบคุมโรคอุจจาระร่วงกำหนดไว้ไม่เกิน 3,500 ต่อแสนประชากรเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเมื่อศึกษาย้อนหลั่งไปในปี 2537 - 2538 พบว่า เด็กกลุ่มนี้เสียชีวิตด้วยโรคอุจจาระร่วงในอัตรา 6 ต่อแสนประชากร การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ศึกษาในมารดาหรือผู้เลี้ยงดูเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ประการแรกเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรม การป้องกัน และการปฏิบัติตนขณะป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วงของมารดาหรือผู้เลี้ยงดูเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ทั้งนี้ ปัจจัยที่ศึกษา คือความรู้ การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค ประการที่สอง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม ในการป้องกันโรคกับปัจจัยเสี่ยงข้างต้น ประการสุดท้าย เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ และจำนวนเด็กที่เลี้ยงดูกับพฤติกรรมในการป้องกันโรคของมารดาหรือผู้เลี้ยงดูเด็กกลุ่มตัวอย่าง คือ มารดาหรือผู้เลี้ยงดูเด็กใน พื้นที่ 7 อำเภอของจังหวัดชุมพร จำนวน 700 ราย ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงโดยดูอัตราป่วยของโรคอุจจาระร่วงสูงเป็นเกณฑ์ อำเภอละ 100 ตัวอย่างเก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์และสังเกตพฤติกรรม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดลองสัมประสิทธิสหสัมพันธ์เพียร์สัน การทดสอบไคสแควร์ ระยะเวลาที่ศึกษาระหว่าง ธันวาคม 2539 - มกราคม 2540 ผลการวิจัยพบว่า ในรอบปีที่ผ่านมาเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่อยู่ในความดูแลของมารดาหรือผู้เลี้ยงดูเด็กที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 44.3 ไม่เคยป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง และมีเพียงร้อยละ 8.9 ป่วยมากกว่า 2 ครั้ง เมื่อศึกษาถึงความรู้ พบว่า มารดาหรือผู้เลี้ยงดูเด็กมีความรู้เรื่องโรคอุจจาระร่วงในระดับปานกลาง มีการรับรู้ความ รุนแรงของโรค และโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคอยู่ในระดับสูง และมีพฤติกรรมการป้องกันโรคอย่างถูกต้องในระดับปานกลาง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรค คือ ระดับการศึกษาความรู้ การรับรู้ความรุนแรง และการรับรู้โอกาสเสี่ยง ส่วนอายุ รายได้ อาชีพ และจำนวนเด็กที่ต้องเลี้ยงไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคอุจจาระร่วง ผลการศึกษาที่ได้นี้ จะเป็นแนวทางในการวางแผนการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคของจังหวัดต่อไป
เอกสารอ้างอิง
สวัสดิ์ รามบุตร และคณะ "การศึกษาอัตราป่วย อัตราตายด้วยโรคอุจจาระร่วง และอัตราการใช้ ผงน้ำตาลเกลือแร่ ในประเทศไทย" วารสารโรคติดต่อ. 2527
กระทรวงสาธารณสุข. 2533.เอกสารหมายเลข 1:1, เอกสารหมายเลข 3 :1
กองระบาดวิทยา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรค. 2536
งานระบาดวิทยา. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร. 2539 (เอกสารโรเนียว)
วันดี วราวิทย์ และคณะ "มาตรฐานการบำบัดรักษา"โรคท้องร่วงชนิดติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน, 2533: 20-25
กานดา วัฒโนภาส และคณะ"การศึกษาระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี" ดินแดง กรุงเทพฯ. เอกสารประกอบการประชุมปฏิบัติการ เรื่อง การควบคุมโรคอุจจาระร่วงและโรคติดต่อทางเดินหายใจ ด้วยงานสาธารณสุขมูลฐาน ณ ห้องประชุมใหญ่ รพ.รามาธิบดี 27 - 29 มิถุนายน 2531.
กอบกุล พูลปัญญาวงค์ และคณะ.การสำรวจความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติของผู้เลี้ยงดูเด็กป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง วัยแรกเกิด - 5 ปี ที่รับไว้ในโรงพยาบาลชุมพร. (เอกสารโรเนียว), 2539
ประมวล เพิ่มวิไล"การใช้แรงสนับสนุนทางสังคม และโปรแกรมสุขศึกษาอย่างมีระบบ เพื่อควบคุมโรคอุจจาระร่วงในเด็ก 0 - 5 ปี จังหวัดมุกดาหาร. วารสารสำนักงานโรคติดต่อเขต 7. กรกฎาคม - กันยายน.2540.
อาภรณ์ รัตนวิจิตร"ผลการให้ความรู้ในการปฏิบัติตน โดยใช้กระบวนการกลุ่มต่อการลดน้ำหนักเกินมาตรฐาน." วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขา พยาบาลศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล. 2533
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 1998 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

