ระบาดวิทยาของการได้รับพิษจากการรับประทานเห็ด ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2547
บทคัดย่อ
ความเป็นมา: เห็ด (Mushroom) เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีไขมันต่ำ รสชาติอร่อย และหารับประทานได้ง่าย จึงเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม มีเห็ดบางชนิดที่มีพิษ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในบริเวณใกล้เคียงที่พักอาศัยหรือในป่า เมื่อชาวบ้านเก็บเห็ดที่มีพิษมารับประทาน จึงทำให้เกิดอาการของอาหารเป็นพิษในประเทศไทย มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษเกิดขึ้นทุก ๆ ปี จากข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ที่ดำเนินการโดยสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าอุบัติการณ์ของการได้รับพิษจากการรับประทานเห็ดในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ศึกษาจึงได้ทำการศึกษาระบาดวิทยาของการได้รับพิษจากการรับประทานเห็ด ในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2547 เพื่อให้ได้องค์ความรู้เพิ่มเติม สำหรับใช้ประโยชน์ในการป้องกันการเกิดปัญหาสาธารณสุขนี้
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระบาดวิทยาของการได้รับพิษจากการรับประทานเห็ด ขนาดและความรุนแรงของปัญหาและชนิดเห็ดที่เป็นสาเหตุของการป่วยและเสียชีวิต พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางและมาตรการป้องกันควบคุมโรค
วิธีการศึกษา: ใช้วิธีการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ จากฐานข้อมูลเฝ้าระวังโรค ที่สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานตามข่ายงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา (รง. 506) ในส่วนของการป่วยและเสียชีวิต จากการรับประทานเห็ดพิษ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 - 2547 ร่วมกับการทบทวนรายงานการสอบสวนโรค ที่สำนักระบาดวิทยาดำเนินการ และได้รับรายงานจากหน่วยงานสาธารณสุขในจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการสอบสวนผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากการรับประทานเห็ด รวมทั้งรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำข้อมูลทั้งหมดมาสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ใหม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการป้องกันควบคุมโรค
ผลการศึกษา: อุบัติการณ์ของการได้รับพิษจากการรับประทานเห็ดเพิ่มขึ้นจากอัตราป่วย 0.87 ต่อประชากรแสนคนในปี พ.ศ. 2538 เป็น 1.97 ต่อประชากรแสนคนในปี พ.ศ. 2547 ผู้ป่วยเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (1.23 : 1) พบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 90 ปี กลุ่มอายุที่พบมากสุด คือ กลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป อัตราป่วยเท่ากับ 2.61 ต่อประชากรแสนคน อาชีพที่พบมากที่สุด คือ เกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ 54.22 ระยะเวลาที่พบผู้ป่วยได้รับพิษจากการรับประทานเห็ดบ่อยที่สุด คือ ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - สิงหาคมของทุกปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราป่วยสูงเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2546 มีอัตราป่วยสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เท่ากับ 5.36 ต่อประชากรแสนคน จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 10 อันดับแรก ในปี พ.ศ. 2547 ได้แก่ เลย 15.56 (98 ราย) บุรีรัมย์ 12.26 (190 ราย) อุบลราชธานี 9.34 (168 ราย) สุรินทร์ 8.27 (116 ราย) สระแก้ว 7.59 (41 ราย) อำนาจเจริญ 7.02 (26 ราย) นครพนม 6.70 (48 ราย) สกลนคร (67 ราย) เชียงราย 5.87 (73 ราย) และ กระบี่ 4.20 (16 ราย) ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลชุมชน คิดเป็นร้อยละ 83.10 โดยภาพรวม อัตราป่วยตายเนื่องจากเห็ดพิษ มีแนวโน้มลดลงจาก 1.75 เหลือ 0.97 ต่อประชากรแสนคน ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา
ชนิดเห็ดที่เป็นสาเหตุการป่วยและเสียชีวิต จากรายงานการสอบสวนโรค ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 - 2547 ทั้ง 17 เหตุการณ์ คือ เห็ดป่า ที่ชาวบ้านเก็บมารับประทานจากบริเวณที่พักอาศัยและในป่า ด้วยการปรุงสุก ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น เห็ดระโงก เห็ดปลวก เห็ดงูเห่า เห็ดขิง เห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง เห็ดน้ำข้าว เห็ดแดง เห็ดถ่าน เห็ดเหลืองก่อ เห็ดขี้ไก่ เห็ดยูคา เห็ดตีนนก และมีบางชนิดที่ไม่สามารถระบุชื่อได้ แต่สามารถบ่งบอกลักษณะรูปร่างได้ เช่น เห็ดสีขาวปนเหลืองอ่อน โคนยาว ไม่มีเมือก มันวาว หลังดอกสีดำอมน้ำตาล
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระยะฟักตัวของโรค ตั้งแต่ 30 นาทีถึง 1 วัน ภายหลังรับประทานเห็ดพิษ โดยอาการสำคัญที่พบ ส่วนใหญ่ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว บางรายมีถ่ายเป็นเลือด และอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย สำหรับระยะเวลาที่รับประทานเห็ดพิษจนกระทั่งเสียชีวิต มีตั้งแต่ 1 - 10 วัน และมากกว่าร้อยละ 50 เสียชีวิต เนื่องจากการทำงานของตับและไตล้มเหลว
สรุป: สถานการณ์การได้รับพิษจากการรับประทานเห็ดในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โดยพื้นที่ที่มีอุบัติการณ์การเกิดโรคสูงสุด ได้แก่ จังหวัดในภาคอีสาน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่มีเห็ดป่าขึ้นชุกชุม เกษตรกร เป็นกลุ่มที่เสี่ยงสูงต่อการได้รับพิษจากการรับประทานเห็ด
ข้อเสนอแนะ: ระยะก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยได้รับพิษจากการรับประทานเห็ดเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องพิษภัยจากการรับประทานเห็ดป่าที่มีพิษผ่านทางสื่อต่าง ๆ และดำเนินมาตรการเฝ้าระวังผู้ป่วย เพื่อติดตาม และประเมินสถานการณ์ของโรคอยู่ตลอดเวลา กระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนโรคทุกรายเมื่อพบผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากการรับประทานเห็ด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนไว้ใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาต่อไป และเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ในเรื่องการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคนี้ ส่วนในระยะยาวเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาบรรจุเรื่องเห็ดพิษในหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา เพื่อเป็นการให้
ความรู้แก่เด็กนักเรียนในวงกว้าง และเพิ่มพูนทักษะในการดำรงชีวิตให้ปลอดภัยจากการบริโภคอาหารที่มีสารพิษเจือปน
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2005 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

