ผลงานที่ได้รับรางวัลดีเด่น ด้านวิธีการศึกษาทางระบาดวิทยา จากมูลนิธิสุชาติ เจตนเสน ในการสัมมนาระบาตวิทยาแห่งชาติ ครั้งที่ 18 วันที่ 25-27 พฤษภาคม 2548 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
ชุดตรวจแบบเร็ว Quick Vueบทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: ข้อมูลการประเมินประสิทธิผลของการใช้ชุดตรวจใช้หวัดใหญ่แบบเร็วในประเทศไทยยังไม่มีการศึกษามาก่อน ซึ่งถ้าประสิทธิผลของชุดตรวจดังกล่าวเป็นที่ยอมรับ ก็จะมีประโยชน์ในแง่ของการใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสอบสวนไรคในช่วงที่มีการระบาด และอาจจะช่วยลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาที่ไม่เหมาะสมได้
วัดถุประสงค์: เพื่อประเมินประสิทธิผลของชุดตรวจไข้หวัดใหญ่แบบเร็ว QuickVue เปรียบเทียบกับกับการตรวย วีธีเพาะเลี้ยงเชื้อ (vial cell culnure) และยืนยันผลด้วยวิธี Inmmunotuorescence assay (IFA) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานใน การวินิจฉัยเชื้อไข้หวัดใหญ่
วิธีการศึกษา: ผู้ศึกษาได้ทำการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 1,092 คน ในทุกช่วงอายุเป็นเวลา 12 เดือน จากวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2546 ถึง วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคไข้หวัดใหญ่ขององค์การอนามัยโลก จะได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการในคลินิกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล จำนวน 5 ใน 8 แห่งในจังหวัดสระแก้วที่เข้าร่วมในโครงการศึกษาหลังจากผู้ป่วยลงนามในหนังสือขยินยอม ผู้ป่วยจะถูกเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกเพื่อใช้ในการตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่แบบเร็ว และตัวอย่างจากโพรงจมูกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเพาะเลี้ยงเชื้อ ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาจะถูกนำมาวิเคราะห์ทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS 12.0 วิเคราะห์เปรียบเทียบโดย ใช้ Chi square ซึ่งถ้าค่า p-value น้อยกว่า 0.05 จะถือว่าข้อมูลนี้มีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลการศึกษา: จากจำนวนผู้ป่วย 1092 คน ที่ได้รับตัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ มีผู้ป่วย 587 คน (54%) อายุน้อยกว่า 6 ปี และผู้ป่วยจำนวน 557 คน (51%) เป็นเพศชาย จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยจำนวน 192 คน จาก 1092 คน (18%) ให้ผลบวกจากการตรวจด้วยชุดตรวจใช้หวัดใหญ่แบบเร็ว ในขณะที่ผู้ป่วย 205 คน จาก 1092 คน (19%) ให้ผลบวกจากการเพาะเลี้ยงเชื้อไข้หวัดใหญ่ วามไว (sensitivity) และความขำเพาะ (specificity) ของชุดตรวจใช้หวัดใหญ่ แบบเร็วกับการเพาะเลืองเชื้อเท่ากับ 77% และ 9696 ตามสำคับ ในช่วงระขะเวลา 12 เดือนที่ทำการศึกษาการตรวจด้วย ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่แบบเร็ว QuickVue ค่า positive predictive vahe (PPV) 82% Mac negative predictive vahe (NPV) 95% ในช่วงระชะเวลา 3 เดือนซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยใช้หวัลใหญ่มากที่สุด (มือนายน - สิงหาคม) ค่า PPV เพิ่ม ขึ้นเป็น 88% ในขณะที่ค่า NPV ลดลงเหลือ 90% การศึกษาช่วงเดือนกันยายนถึงพฤษภาคมค่า PPV ลดลงเป็น 73% ในขณะที่ค่า NPV เพิ่มเป็น 97% การศึกษาในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี พบว่าการตรวจด้วยชุดตรวจ QuickVue ให้ผลเช่น เดียวกันกับการตรวจด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเชื้อในผู้ป่วย 57 คน จากทั้งหมด 70 คน (81%) ในขณะที่ผู้ป่วย 101 คน จาก 135 คน(75%) ให้ผลบวกในกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป ผลการตรวจโดย QuickViue มีความไวไม่แตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วขอายุน้อยกว่า 6 ปีเมื่อเทือบกับผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไป (p= 0.81) การตรวจแบบเร็วนี่ให้ผลบวกใน กลุ่มผู้ป่วยที่มีผลการเพาะเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดบี (influenza type B virus) 22/27 (82%) เมื่อบกับผู้ป่วยที่มีผลการ เพาะเชื่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (influenza type A virus) 136/178 (76%) ซึ่งไม่มีความแตกต่างอย่างมีนักสำคัญ (p=0.51)
สรุป: การตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่แบบเร็วโดย QuicKVVie พบว่า มีความไว (sensitivity) ในระดับป่านกลางและมีความจำเพาะ (specificity) ดีมากภายใต้สภาวะชนบทของประเทศไทย
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2005 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

