การสอบสวนการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เดือนตุลาคม 2564
DOI:
https://doi.org/10.59096/wesr.v57i7.5383คำสำคัญ:
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ผู้สัมผัสในครัวเรือน, การล้างมือ, การบริโภคกระท่อมบทคัดย่อ
ความเป็นมา : สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จนถึงพฤศจิกายน 2564 โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มก้อนในครัวเรือนและชุมชน วันที่ 3 ตุลาคม 2564 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับรายงานผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนจำนวน 40 ราย ในชุมชนหมู่ที่ 4 ตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งใหญ่ และโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ ดำเนินการสอบสวนโรค เมื่อวันที่ 4–8 และ 13–16 ตุลาคม 2564 เพื่อค้นหาขอบเขตการระบาด ลักษณะการแพร่กระจายโรค ค้นหาแหล่งโรค ช่องทางการติดต่อ ปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่โรค และให้ข้อเสนอแนะการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่
วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา โดยศึกษาสถานการณ์โรคในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทบทวนผลการสอบสวนโรครายบุคคล สัมภาษณ์ผู้ป่วยยืนยัน บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ และผู้นำชุมชน สำรวจสิ่งแวดล้อม ศึกษาปัจจัยเสี่ยงของการแพร่ระบาดด้วยการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบ Prospective cohort study
ผลการศึกษา : ในช่วงวันที่ 13 กันยายน–31 ตุลาคม 2564 พบผู้ป่วยยืนยันทั้งสิ้น 107 ราย คิดเป็นอัตราป่วยร้อยละ 10.01 ของประชากรชุมชนหมู่ที่ 4 ตำบลท่ายาง ไม่พบผู้เสียชีวิต พบอัตราป่วยจำเพาะสูงในกลุ่มเพศหญิง มัธยฐานอายุ 25 ปี โดยมีผู้ป่วย 84 ราย อาศัยอยู่ในบ้าน 31 หลังคาเรือน จากการศึกษาเชิงวิเคราะห์ที่มีการควบคุมปัจจัยกวนด้วยวิธี Multivariable logistic regression แล้วพบว่า การล้างมือเป็นประจำ เป็นปัจจัยป้องกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR 0.06, 95%CI = 0.01–0.48)
สรุปผลการศึกษา : พบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชนหมู่ 4 ตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ โดยมีอัตราป่วยจำเพาะสูงในกลุ่มเพศหญิง ส่วนใหญ่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 ปี การเป็นผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยยืนยัน การล้างมือเป็นประจำ เป็นปัจจัยป้องกันต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรเร่งรัดการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะในกลุ่ม 608
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Coronavirus disease (COVID-19) pandemic [Internet]. [cited 2022 Dec 15]. Available from: https://www.who.int/europe/emergencies/situations/COVID-19
Centers for Disease Control and Prevention. Scientific brief: SARS-CoV-2 transmission [Internet]. [cited 2022 Dec 15]. Available from: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/science/science-briefs/SARS-CoV-2-transmission.html
Bast E, Tang F, Dahn J, Palacio A. Increased risk of hospitalisation and death with the Delta variant in the USA. Lancet Infect Dis. 2021;21(12):1629–30.
Wu Z, McGoogan JM. Characteristics of and important lessons from the coronavirus disease 2019 (COVID-19) outbreak in China. JAMA. 2020;323(13):1239.
Department of Medical Services (TH). Guidelines for clinical practice, diagnosis, treatment and prevention of healthcare-associated infection in response to patients with COVID-19 infection for medical and healthcare personnel, revised edition, September 9, 2021 [Internet]. 2021 [cited 2021 Dec 4]. Available from: https://covid19.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=150
Allen H, Vusirikala A, Flannagan J, Twohig KA, Zaidi A, Chudasama D, et al. Household transmission of COVID-19 cases associated with SARS-CoV-2 delta variant (B.1.617.2): National case-control study. Lancet Reg Health Eur. 2022;12:100252.
Department of Disease Control (TH). Guidelines for surveillance and investigation of coronavirus disease 2019 (COVID-19), August 11, 2021 edition [Internet]. 2021 [cited 2021 Dec 4]. Available from: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_srrt/g_srrt_110864.pdf
de Gier B, Andeweg S, Joosten R, ter Schegget R, Smorenburg N, van de Kassteele J, et al. Vaccine effectiveness against SARS-CoV-2 transmission and infections among household and other close contacts of confirmed cases, the Netherlands, February to May 2021. Euro Surveill. 2021;26(31):2100640.
Doung-ngern P, Suphanchaimat R, Panjangampatthana A, Janekrongtham C, Ruampoom D, Daochaeng N, et al. Case-control study of use of personal protective measures and risk for SARS-CoV-2 infection, Thailand. Emerg Infect Dis. 2020;26(11):2607–16.
Chiu NC, Chi H, Tai YL, Peng CC, Tseng CY, Chen CC, et al. Impact of wearing masks, hand hygiene, and social distancing on influenza, enterovirus, and all-cause pneumonia during the coronavirus pandemic: retrospective national epidemiological surveillance study [Internet]. U.S. National Library of Medicine; 2020 [cited 2025 Apr 7]. Available from: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7471891/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

