การสอบสวนโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันเป็นกลุ่มก้อน ในงานสงกรานต์แห่งหนึ่ง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 22–26 เมษายน 2567
DOI:
https://doi.org/10.59096/wesr.v57i8.7942คำสำคัญ:
โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน, ไวรัสโรตา, งานสงกรานต์, จังหวัดสุพรรณบุรีบทคัดย่อ
ความเป็นมา : วันที่ 19 เมษายน 2567 กองระบาดวิทยาได้รับแจ้งจากทีมเฝ้าระวังเหตุการณ์ผิดปกติ (Watch) กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันเป็นกลุ่มก้อน จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 54 ราย จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ป่วยยืนยันทุกรายมีประวัติเข้าร่วมกิจกรรมเล่นน้ำในงานสงกรานต์แห่งหนึ่ง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการระหว่างวันที่ 22–26 เมษายน 2567 วัตถุประสงค์เพื่อ ยืนยันการวินิจฉัยและการระบาดของโรค อธิบายลักษณะการกระจายของโรค ตามบุคคล เวลา และสถานที่ ค้นหาสาเหตุ และวิธีการถ่ายทอดโรค ศึกษาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค และเสนอแนะมาตรการควบคุมและป้องกันโรค
วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา รวบรวมข้อมูลโดยการทบทวนเวชระเบียน สัมภาษณ์ผู้ป่วยและค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในชุมชน โดยกำหนดนิยามผู้ป่วยสงสัย คือ ผู้ที่มีอาการอย่างน้อย 2 อาการ ได้แก่ อาเจียน มีไข้ ถ่ายเหลว ปวดท้อง ถ่ายเป็นน้ำ คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะและท้องอืด ระหว่างวันที่ 13–23 เมษายน 2567 ผู้ป่วยเข้าข่าย คือ ผู้ป่วยสงสัยที่มีผลบวกต่อชุดตรวจไวของเชื้อไวรัสโรตา และผู้ป่วยยืนยัน คือ ผู้ป่วยสงสัยที่ตรวจด้วยวิธี Multiplex หรือ Real-time PCR ผลพบเชื้อไวรัสโรตา สำรวจสิ่งแวดล้อมพื้นที่จัดงานเล่นน้ำสงกรานต์ เก็บอุจจาระผู้ป่วยและน้ำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา นำเสนอข้อมูลด้วยจำนวนและร้อยละ สำหรับตัวแปรกลุ่ม (categorical data) และมัธยฐาน สำหรับตัวแปรต่อเนื่อง (continuous data)
ผลการศึกษา : พบผู้ป่วยสงสัย 327 ราย ผู้ป่วย เข้าข่าย 13 ราย และผู้ป่วยยืนยัน 19 ราย อัตราส่วนเพศชายต่อหญิงเท่ากับ 1 : 1.16 มัธยฐานอายุเท่ากับ 10 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการอาเจียน ไข้ และถ่ายเป็นน้ำ ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกและมีประวัติเล่นน้ำในงานสงกรานต์แห่งหนึ่ง ผู้ปกครองให้ประวัติว่าเด็กอ้าปากรองน้ำจากอุโมงค์น้ำ ผลสำรวจสิ่งแวดล้อมพบว่ามีการผันน้ำจากแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำมาใช้ทำอุโมงค์น้ำ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบผลยืนยันเชื้อไวรัสโรตาในผู้ป่วย 19 รายและพบเชื้อไวรัสโรตาในน้ำจากปลายท่อและแหล่งน้ำที่ใช้ทำอุโมงค์น้ำ
สรุปและอภิปรายผล : การระบาดโรคอุจจาระร่วงครั้งนี้เกิดจากเชื้อไวรัสโรตา สัมพันธ์กับประวัติสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อในงานเล่นน้ำสงกรานต์แห่งหนึ่ง จึงเสนอแนะให้หน่วยงานทางสาธารณสุขในพื้นที่ประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องโรคอุจจาระร่วง และผู้จัดงานเล่นน้ำสงกรานต์หรืองานที่น้ำมีโอกาสเข้าสู่ร่างกาย ควรจัดหาแหล่งน้ำที่สะอาดเพื่อป้องกันเหตุการณ์จากการปนเปื้อนของน้ำ เพื่อลดการเกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Diarrhoeal disease [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2024 [cited 2025 Oct 22]. Available from: https://www.who.int/en/news-room/fact-sheets/detail/diarrhoeal-disease
United Nations Children’s Fund, World Health Organization. Progress on household drinking water, sanitation and hygiene 2000–2022: special focus on gender [Internet]. New York: United Nations Children’s Fund and World Health Organization; 2023 [cited 2025 Oct 22]. Available from: https://www.unwater.org/publications/who/unicef-joint-monitoring-program-update-report-2023
Kyu HH, Vongpradith A, Dominguez RMV, Ma J, Albertson SB, Novotney A, et al. Global, regional, and national age-sex-specific burden of diarrhoeal diseases, their risk factors, and aetiologies, 1990–2021, for 204 countries and territories: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2021. Lancet Infect Dis. 2025;25(5):519–36. doi:10.1016/S1473-3099(24)00691-1.
Centers for Disease Control and Prevention. Diarrhea: Common illness, global killer [Internet]. Atlanta: Centers for Disease Control and Prevention; 2013 [cited 2025 Oct 22]. Available from: https://stacks.cdc.gov/view/cdc/26730
Das S, Neupane R, Beard J, Solomon H, Das M, Errickson N, et al. Aetiology of diarrhoea in children aged zero to nine years in low- and middle-income countries: a systematic review. J Glob Health. 2024;14:04168. doi:10.7189/jogh.14.04168.
Carlton EJ, Woster AP, DeWitt P, Goldstein RS, Levy K. A systematic review and meta-analysis of ambient temperature and diarrhoeal diseases. Int J Epidemiol. 2016;45(1):117–30. doi:10.1093/ije/dyv296
Centers for Disease Control and Prevention (US). Rotavirus [Internet]. Atlanta: CDC; 2024 [cited 2025 Oct 29]. Available from: https://www.cdc.gov/rota virus/
Ramani S, Kang G. Rotavirus shedding in symptomatic and asymptomatic children using reverse transcription-quantitative PCR. Vaccine [Internet]. 2013 [2025 Dec 16];31(24):2819–25. Available from: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3758921/
Centers for Disease Control and Prevention (US). Clinical overview of rotavirus [Internet]. Atlanta: CDC; 2024 [cited 2025 Dec 16]. Available from: https://www.cdc.gov/rotavirus/hcp/clinical-overview/index.html
Das S, Neupane R, Beard J, Solomon H, Das M, Errickson N, et al. Aetiology of diarrhoea in children aged zero to nine years in low- and middle-income countries: a systematic review. J Glob Health. 2024;14:04168. doi:10.7189/jogh.14.04168.
Okoh AI, Sibanda T, Gusha SS. Inadequately treated wastewater as a source of human enteric viruses in the environment. Int J Environ Res Public Health. 2010;7(6):2620–37. doi:10.3390/ijerph7062620.
Dennehy PH. Transmission of rotavirus and other enteric pathogens in the home. Pediatr Infect Dis J. 2000;19(10 Suppl):S103–5. doi:10.1097/00006454-200010001-00003.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

