ผลของรูปแบบการดูแลด้วยกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 2–3a ในคลินิก NCD โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองคู้ จังหวัดพิจิตร

ผู้แต่ง

  • นิภา พฤกษะวัน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองคู้ จังหวัดพิจิตร

คำสำคัญ:

โรคไตเรื้อรังระยะที่ 2–3a, การจัดการตนเอง, การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ, ผลลัพธ์ทางคลินิก

บทคัดย่อ

            ความเป็นมา: โรคไตเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองคู้ จังหวัดพิจิตร พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในระยะที่ 2–3a ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการชะลอไตเสื่อม การดูแลตามปกติยังมีข้อจำกัด ด้านการประเมินพฤติกรรม และการติดตามต่อเนื่อง 

            วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินผลของรูปแบบการดูแลด้วยกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 2–3a

            วิธีการศึกษา: การวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่มวัดก่อน–หลัง (Two-group pretest–posttest quasi-experimental design) กลุ่มตัวอย่างจำนวน 60 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน และกลุ่มควบคุม 30 คน กลุ่มทดลองได้รับรูปแบบการดูแล 12 สัปดาห์ กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Paired t-test และ Independent t-test

            ผลการศึกษา:  พบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังและการชะลอไตเสื่อมเพิ่มขึ้นจาก 8.63 ± 1.72 เป็น 12.87 ± 1.26 คะแนน และพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อม เพิ่มขึ้นจาก 51.87 ± 7.94 เป็น 72.43 ± 8.15 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)  ด้านผลลัพธ์ทางคลินิก กลุ่มทดลองมีค่า eGFR เพิ่มขึ้น ค่า serum creatinine ความดันโลหิตซิสโตลิก และดัชนีมวลกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ความพึงพอใจต่อรูปแบบการดูแลอยู่ในระดับมากที่สุด (Mean = 4.54, SD = 0.38)

            สรุป: รูปแบบการดูแลด้วยกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพช่วยส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังและการชะลอไตเสื่อม พฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมและผลลัพธ์ทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับการชะลอไตเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิผล และเหมาะสมในการประยุกต์ใช้ในคลินิก NCD ระดับปฐมภูมิ

เอกสารอ้างอิง

GBD Chronic Kidney Disease Collaboration. Global, regional, and national burden of chronic kidney disease in adults, 1990–2023: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2023. Lancet. 2025;S0140-6736(25)01853-7. doi:10.1016/S0140-6736(25)01853-7.

Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. KDIGO 2024 clinical practice guideline for the evaluation and management of chronic kidney disease. Kidney Int. 2024;105(4 Suppl):S117–S314. doi:10.1016/j.kint.2023.10.018.

The Subcommittee on the Thailand Renal Replacement Therapy Registry. Thailand Renal Replacement Therapy (TRT) Registry 2023 annual data report. Bangkok: The Nephrology Society of Thailand; 2025.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคไตเรื้อรัง จังหวัดพิจิตร. พิจิตร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร; 2567.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. สถานการณ์โรคไตเรื้อรังและการเข้าถึงบริการบำบัดทดแทนไตในประเทศไทยและระดับจังหวัด. กรุงเทพฯ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ; 2568.

Lorig KR, Holman HR. Self-management education: history, definition, outcomes, and mechanisms. Ann Behav Med. 2003;26(1):1–7.

Wagner EH, Austin BT, Von Korff M. Organizing care for patients with chronic illness. Milbank Q. 1996;74(4):511–44.

American Diabetes Association Professional Practice Committee. (2025). Standards of care in diabetes—2025. Diabetes Care. 2025;48(Suppl 1).

Donald M, Kahlon BK, Beanlands H, Straus S, Ronksley P, Herrington G, et al. Self-management interventions for adults with chronic kidney disease: a systematic review and meta-analysis. BMJ Open. 2018;8(3):e019814

Sa-ngrattanapiman, K., Arsa, K., & Khiewchaum, R. The effects of a self-management program in chronic kidney disease stages 3A to 4 patients on knowledge, self-management behaviors, and glomerular filtration rate, Sakaeo Crown Prince Hospital. Journal of Nursing and Public Health Research,2024;4(1):e262291.

Inthaphalan P, et al. The effectiveness of a health literacy enhancement program on CKD knowledge, self-management behaviors, and clinical outcomes in rural Thailand. Belitung Nurs J. 2024;10(6):635-643.

สุขจง รัตนวรรณ, บุญญาสบุณ อรุณศรี, จิตตะนูน พรพิทักษ์. ผลของโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจและการสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมเพื่อชะลอการดำเนินโรคไตเรื้อรังและความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควบคุมไม่ได้. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล. 2564;27(1):61–76.

อติเทพ ผาติอภินันท์, ทิพา ต่อสกุลแก้ว, วีนัส ลีฬหกุล. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและความดันโลหิต. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2561;29(2):13–28. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/journalthaicvtnurse/article/view/164276

Suwanwaha S, Wonghongkul T, Panuthai S, Chaiard J. Effectiveness of self-management enhancement program for Thais with CKD at pre-dialysis stages: a randomized controlled trial. Pacific Rim Int J Nurs Res. 2016;20(4):320–336.

Wagner EH. Chronic disease management: what will it take to improve care for chronic illness? Eff Clin Pract. 1998 Aug-Sep;1(1):2-4. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/10345255/

Wagner SL, Koehn C, White MI, Harder HG, Schultz IZ, Williams-Whitt K, et al. Mental health interventions in the workplace and work outcomes: a best-evidence synthesis of systematic reviews. Int J Occup Environ Med. 2016;7(1):1-14. doi:10.15171/ijoem.2016.607.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-28

รูปแบบการอ้างอิง

พฤกษะวัน น. (2026). ผลของรูปแบบการดูแลด้วยกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 2–3a ในคลินิก NCD โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองคู้ จังหวัดพิจิตร. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพโรงพยาบาลสุโขทัย, 1(2), 16–33. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jhsh-skth/article/view/7893

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Article