ผลลัพธ์โครงการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดและอุบัติการณ์ของการเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินในโรงพยาบาลสมุทรสาคร ในช่วงระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2564 - พ.ศ. 2566)

ผู้แต่ง

  • วงศกร เชยสุวรรณ กลุ่มงานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลสมุทรสาคร

บทคัดย่อ

บทนำ: โรงพยาบาลสมุทรสาครได้เริ่มดำเนินการตรวจคัดกรองการได้ยินตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2549 โดยเริ่มตรวจในทารกกลุ่มเสี่ยงตาม Joint Committee on Infant Hearing (JCIH) และได้ขยายการดำเนินงานเป็นการตรวจทารกทุกรายตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตามการศึกษาก่อนหน้านี้ รายงานว่าผลการดำเนินงานของโครงการตรวจ คัดกรองการได้ยินทารกแรกเกิดของโรงพยาบาลสมุทรสาครยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่ JCIH แนะนำ

วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินผลลัพธ์ของโครงการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลสมุทรสาครและเพื่อศึกษาอุบัติการณ์การเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลสมุทรสาคร

วิธีการศึกษา: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาย้อนหลัง (retrospective study) จากฐานข้อมูลเวชระเบียนโรงพยาบาลสมุทรสาคร โดยศึกษาจากข้อมูลทารกแรกเกิดมีชีพคลอดในโรงพยาบาลสมุทรสาครตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 จำนวน 16,023 ราย การคัดกรองการได้ยินทำโดยใช้ transient-evoked otoacoustic emissions (TEOAE) ทารกที่ตรวจไม่ผ่านในครั้งแรกจะถูกนัดมาตรวจซ้ำในอีกหนึ่งเดือน หากยังตรวจไม่ผ่านจะได้รับการวินิจฉัยการได้ยินโดย auditory brainstem response (ABR) auditory steady-state response (ASSR) และ tympanometry ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ผลลัพธ์ของโครงการตรวจคัดกรองการได้ยินเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานที่ JCIH แนะนำ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษา: ในจำนวนทารกแรกเกิด 16,023 ราย มีทารกได้รับการตรวจคัดกรองการ ได้ยินก่อนออกจากโรงพยาบาลจำนวน 11,449 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.62 และในจำนวนนี้มีทารกที่ตรวจไม่ผ่านครั้งแรกอย่างน้อยหนึ่งข้างร้อยละ 10.88 อัตราการกลับมาตรวจซ้ำในทารกที่ตรวจไม่ผ่านครั้งแรกคิดเป็นร้อยละ 36.56 อายุเฉลี่ยที่ทารกได้รับการวินิจฉัยการได้ยินอยู่ที่ 10.14 เดือน และในจำนวนทารกที่ได้รับการวินิจฉัยพบภาวะการสูญเสียการได้ยินจำนวน 10 ราย ได้รับการใส่เครื่องช่วยฟังอายุเฉลี่ย 12 เดือน อุบัติการณ์การเกิดการสูญเสียการได้ยินคิดเป็น 0.56 รายต่อทารกแรกเกิดมีชีพ 1,000 ราย

สรุป: ผลลัพธ์ของโครงการตรวจคัดกรองการได้ยินของโรงพยาบาลสมุทรสาครยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่ JCIH แนะนำในทุกตัวชี้วัด แต่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในปี พ.ศ. 2565 และ พ.ศ. 2566 อุบัติการณ์การสูญเสียการได้ยินตั้งแต่แรกเกิดในการศึกษานี้ใกล้เคียงกับการศึกษาอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการพัฒนาโครงการตรวจคัดกรองการได้ยินของโรงพยาบาลสมุทรสาครให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่ JCIH แนะนำ ควรมีการดำเนินการดังนี้ จัดสรรบุคลากรให้เพียงพอและตรวจคัดกรองการได้ยินทุกวัน ลดอัตราการตรวจไม่ผ่านโดยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการตรวจให้ลดเสียงรบกวนและพิจารณาปรับแนวทางการตรวจ เช่น ตรวจซ้ำอีกครั้งก่อนออกจากโรงพยาบาล พัฒนาระบบติดตามนัดหมายเพื่ออัตราการกลับมาตรวจซ้ำ และที่สำคัญคือ ส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูการได้ยินที่รวดเร็ว โดยให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ปกครองในการตัดสินใจเลือกแนวทางการฟื้นฟูการได้ยิน

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Chumjam A. Newborn Hearing Screening in Samutsakhon Hospital. Reg 4-5 Med J. 2012;31(2):135–142. https://he02.tcithaijo.org/index.php/reg45/article/view/128034

Yoshinaga-Itano C. Benefits of early intervention for children with hearing loss. Otolaryngol Clin Morth Am. 1999;32(6):1089-102. doi: 10.1016/s0030-6665(05)70196-1.

Chouyboonchum T, Chamchoi P, Chaikhamrongkul T, Isarangura S, & Tiravanitchakul, R. Universal newborn hearing screening and incidence of hearing loss in Ramathibodi Hospital: A 5 years experience (2014 to 2018). Rama Med J. 2022;45(4):25–34. https://doi.org/10.33165/rmj.2022.45.4.258412

Joint Committee on Infant Hearing (JCIH). (2019). Year 2019 position statement: Principles and guidelines for early hearing detection and intervention programs. The Journal of Early Hearing Detection and Intervention. 2019;4(2): 1–44. https://doi.org/10.15142/fptk-b748

Grosse SD. Ross DS. Cost savings from universal newborn hearing screening. Pediatrics. 2006;118(2):844-5. doi:10.1542/peds.2006-1146

Kiatchoosakun P, Suphadun W, Jirapradittha J, Yimtae, K, Thanawirattananit P. Incidence and risk factors associated with hearing loss in high-risk neonates in Srinagarind Hospital. J Med Assoc Thai. 2012;95(1):52–7.

Lertbussarakam P, Pitathawatchai P. The effectiveness and cost analysis of a pilot newborn hearing screening program at a hospital in a low- to middle-income country. J Int Adv Otol. 2024;20(6):477–83. https://doi.org/10.5152/iao.2024.231109

Morton CC, Nance WE. Newborn hearing screening—a silent revolution. N Engl J Med. 2006;354(20):2151–64. https://doi.org/10.1056/NEJMra050700

Olusanya BO. Neumann KJ. Saunders JE. The global burden of disabling hearing impairment: A call to action. Bull World Health Organ. 2014;92(5):367-73. doi: 10.2471/BLT.13.128728

World Health Organization. World report on hearing. [Internet]. 2021 [cited 2026 Mar 20]. Available form: https://www.who.int/publications/i/item/world-report-on-hearing

Cui Y, Tang M, Mu Q, Wu Q, Kang L, Chen Q, et al. Four-year review of safe and effective procedural sedation in neonates and young infants. Front Pharmacol. 2024;26:15:181413. doi: 10.3389/fphar.2024.1381413

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-07

รูปแบบการอ้างอิง

เชยสุวรรณ ว. (2026). ผลลัพธ์โครงการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดและอุบัติการณ์ของการเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินในโรงพยาบาลสมุทรสาคร ในช่วงระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2564 - พ.ศ. 2566). วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการพยาบาล โรงพยาบาลสมุทรสาคร, 3(1), 1–13. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/HSN_SKHJ/article/view/7699

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ