การประยุกต์ใช้แผ่นฟิล์มถนอมอาหารสร้างระบบสุญญากาศรักษาบาดแผล
คำสำคัญ:
การทำแผลด้วยระบบสุญญากาศ, พลาสติกกาวปิดแผล, แผ่นฟิล์มถนอมอาหารบทคัดย่อ
จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การทำแผลด้วยระบบสุญญากาศ ทำให้บาดแผลหายได้ดีขึ้น เชื่อว่า ระบบสุญญากาศจะช่วยปรับสภาพแวดล้อม โดยเพิ่มความชื้น ทำให้เส้นเลือดมาเลี้ยงบาดแผลมากขึ้น ส่งผลให้แผลหายได้ง่ายและเร็วขึ้น ในปัจจุบันการทำแผลให้เกิดระบบสุญญากาศ จำเป็นต้องใช้พลาสติกกาวปิดแผลผ่าตัด (Steri drape, Ioban) และใส่สายสำหรับดูดอากาศออกแผลผ่าตัด เพื่อให้เกิดระบบสุญญากาศ ซึ่งพลาสติกกาวปิดนั้นมีราคาแพงและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ในขณะที่แผ่นฟิล์มถนอมอาหาร เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีราคาถูก ป้องกันอากาศได้ดีพอสมควร อาจนำมาใช้ทดแทนพลาสติก กาวปิดแผลผ่าตัด เพื่อสร้างระบบสุญญากาศรักษาบาดแผลได้ การศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการใช้แผ่นฟิล์มถนอมอาหารสร้างระบบสุญญากาศในการรักษาบาดแผล เป็นการศึกษาแบบนําร่อง (Pilot study) ทำการศึกษาในผู้ป่วยที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ จำนวน 10 ราย ที่ไม่สามารถทำการปิดแผลได้ตั้งแต่แรก ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยระบบสุญญากาศโดยการใช้แผ่นฟิล์มถนอมอาหารที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อทั่วไป แล้วทำให้ปลอดเชื้อด้วยการอบแก๊ส Ethylene Oxide จากนั้นก็ปิดรอบแผล ผลการศึกษา พบว่า ในผู้ป่วยจำนวน 10 ราย ซึ่งมีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 32 ปี มีขนาด บาดแผลเฉลี่ยเท่ากับ 68.9 ตารางเซนติเมตร โดยผู้ป่วยได้รับการทำแผลด้วยระบบสุญญากาศทั้งหมด 42 ระบบ เฉลี่ยรายละ 4.2 ระบบ ไม่พบอาการอักเสบของผิวหนังที่ผิดปกติต่างจากการทำแผลทั่วไปและ ไม่พบการติดเชื้อแทรกซ้อนระหว่างการรักษา ผลการรักษาพบว่าผู้ป่วยทุกรายมีขนาดบาดแผลที่เล็กลง มีพื้นผิวบาดแผล (wound surface) ที่ดีขึ้น การปลูกถ่ายผิวหนังประสบความสำเร็จในผู้ป่วยทุกราย ดังนั้น สรุปได้ว่า แผ่นฟิล์มถนอมอาหารสามารถนํามาประยุกต์ใช้ทำระบบสุญญากาศปิดบาดแผลได้ นอกจากจะมีราคาถูกแล้วเวลาลอกพลาสติก ออกจากบาดแผลยังทำได้ง่ายและมีความเจ็บปวดน้อยกว่าการใช้พลาสติกกาวปิดแผล
เอกสารอ้างอิง
Muhammed Muneer, Thomas K. Thomas, Dayananda Babu, Deepak Paul. Comparison of modified vacuum dressing and wet normal saline dressing in treatment of nonhealing diabetic foot ulcers. Int Surg J. 2019;6:2772-5.
Marsh KS, Bugusu B. Food Packaging? Roles, Materials, and Environmental Issues. J food Sci. 2007;72:R39-55.
Mellott AJ, Zamierowski DS, Andrews BT. Negative pressure wound therapy in maxillofacial applications. Dent J. 2016;6;4:30. doi: 10.3390/dj4030030.
Giri P, Krishnaraj B, Sistla SC, Sistla S, Baus D, Shankar G, et al. Does negative pressure wound therapy with saline instillation improve wound healing compared to conventional negative pressure wound therapy? - A randomized controlled trial in patients with extremity ulcers. Ann Med Surg. 2020;61:73-80.
Chaudhary S, Kumar V, Gandhi P, Koichade M, Mandal S. "Low cost, modified negative pressure wound therapy in infected orthopaedic wounds: can it be as effective as its costly counterparts?". J ClinOrthop Trauma. 2020;11Suppl5:S876-S82.
Bito S, Mizuhara A, Oonishi S, Takeuchi K, Suzuki M, Akiyama K, et al. Randomised controlled trial evaluating the efficacy of wrap therapy for wound healing acceleration in patients with NPUAP stage II and III pressure ulcer. BMJ Open. 2012;2:e000371. doi:10.1136/bmjopen-2011-000371.
Takahashi J, Nakae K, Miyagawa M, Yokota O, Fujiki Y, Ide M, et al. Plastic wrap as a dressing material to treat stage II pressure ulcers: a randomized controlled trial to evaluate plastic wrap dressing treatment versus standard treatment. Int J Clin Exp Med. 2020;13:7154-61.
Archdeacon MT, Messerschmitt P. Modern papineau technique with vacuum-assisted closure. J Orthop Trauma. 2006;20:134-7.
Wang Y, Haifeng Q. Phthalates and their impacts on human health. Healthcare. 2021;9:603. doi:10.3390/healthcare9050603
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##
