แบบจำลองการทำนายโอกาสการเกิดการแพ้สารทึบรังสี ที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง

ผู้แต่ง

  • พลสันต์ สันธนพิพัฒน์กุล กลุ่มงานศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลสมุทรสาคร
  • ลักขณา จิราพงษ์ กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลสมุทรสาคร
  • จันจิรา ชอบประดิถ กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร
  • ธนกร ลิขิตเทียนทอง กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร
  • ณพวุฒิ กิตติชยารักษ์ กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร
  • ภัคจีรา ชอบประดิถ คณิตศาสตร์อุตสาหการ

คำสำคัญ:

โอกาสการเกิดการแพ้สารทึบรังสี, แบบจำลองการทำนาย, เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง

บทคัดย่อ

ที่มาของการวิจัย
ปัจจุบันการคัดกรองการแพ้สารทึบรังสีที่ใช้ที่แผนกรังสีวิทยา คือ เมื่อพบผู้ที่มี ปัจจัยเสี่ยงเจ้าหน้าที่คัดกรองต้องมีการปรึกษารังสีแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงอีกครั้งว่า จำเป็นต้องให้ยาเพื่อป้องกันการแพ้ หรือเปลี่ยนวิธีการวินิจฉัย ซึ่งขึ้นกับดุลยพินิจของรังสีแพทย์ และมีความไม่สะดวกในช่วงนอกเวลาราชการ
วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาแบบจำลองการทำนายโอกาสเกิดการแพ้สารทึบรังสี ในผู้รับบริการการตรวจวินิจฉัยด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ต้องได้รับการฉีดสารทึบรังสีที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบ (iodinated contrast media) ที่สามารถใช้งานได้ 24 ชั่วโมงและมีมาตรฐานเดียวกัน
วัสดุและวิธีการศึกษา
เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาโดยเก็บข้อมูลแบบย้อนหลัง รวบรวมข้อมูลจากโปรแกรมสารสนเทศภายในของโรงพยาบาล (HOSxP) ในผู้รับบริการการตรวจวินิจฉัยด้วย เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ต้องได้รับการฉีดสารทึบรังสีที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบ (iodinated contrast media) ที่แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลสมุทรสาคร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 - ธันวาคม 2564 จำนวนทั้งสิ้น 32,489 ราย ทำการศึกษาปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด 1,353 ปัจจัยเสี่ยงโดยมีผู้ที่มีอาการแพ้ทั้งหมด 315 ราย และสร้างแบบจำลองการใช้โปรแกรมในการจำแนกข้อมูล โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) แบบ supervised learning มาพัฒนาแบบจำลองและทดสอบประสิทธิภาพ
ผลการศึกษา
จากข้อมูลการแพ้สารทึบรังสี โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง พบปัจจัย ทำนายโอกาสการแพ้สารทึบรังสี ได้แก่ ประวัติการแพ้ยาสารทึบรังสี โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคเอดส์ (โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง) รวมทั้งการรับประทานยา theophylline และยาแก้แพ้ chlorpheniramine ซึ่งเมื่อนำมาทดสอบประสิทธิภาพ พบว่า accuracy, precision, recall, F1-score เท่ากับ 0.99, 0.98, 0.98 และ 0.99 ตามลำดับ โดยแบบจำลองจะแสดงผลในรูปของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อดูแลการสนทนาของผู้ใช้ในรูปแบบตัวอักษร แบบ real time (line chatbot) ชื่อว่า Consult Raidiologist บน application line
สรุปผลและข้อเสนอแนะ
แบบจำลองการทำนายโอกาสการแพ้สารทึบรังสี โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องที่สามารถใช้งานได้ 24 ชั่วโมง และสามารถผ่านการทดสอบประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี

เอกสารอ้างอิง

วิบูลย สุริยจักรยุทธนา. มาตรฐานการใช้สารทึบรังสีและแนวทางการเตรียมตัวก่อนใช้สารทึบรังสี. วชิรเวชสาร. 2558;59:73-80.

พูลทรัพย์ สุเทวี. การดูแลผู้ป่วยเมื่อเกิดภาวะแพ้สารทึบรังสี. วารสารกรมการแพทย์. 2565;47:140-4.

Schonmann C, Brockow K. Adverse reactions during procedure Hypersensitivity to contrast agents and dyes. Ann Allergy ASTHMA Immunol. 2020;124:156-64.

American college of radiology. ACR manual on contrast media 2024: ACR Committee on Drugs and Contrast Media [Internet]. 2024 [cited 2024 October 27]. Available from https://www.acr.org/-/media/acr/files/clinicalresources/contrast_media.pdf

Bilo M, Bignardi D. Iodinated contrast media hypersensitivity reaction:is it time to re- evaluate risk factors?.Eur Ann Allergy Clin Immunol.2022;54:51-2.

Ingelmo RA., Diaz ID., Moreno RC., Moya Quesada MC., Garcia-Aviles C., Nunez IG. et al. Clinical Practice Guidelines for Diagnosis and Management of Hypersensitivity Reactions to Contrast Media. J InvestigAllergol Clin Immunol.2016;26:144-55.

Voltolini S., Cofini V., Murzilli F. Bignardi D., Borro M., Calamari M. et al. Hypersensitivity reactions to iodinated contrast media in Italy:a retrospective study. Characteristics of patients and risk factors. Eur Ann Allergy Clin Immunol. 2022;54:60-7.

Ackerman Z. , Levy M. Hypersensitivity reactions to drugs in acquired immunodeficiency syndrome. Postgrad Med J. 1987;63:55-6.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

สันธนพิพัฒน์กุล พ., จิราพงษ์ ล., ชอบประดิถ จ., ลิขิตเทียนทอง ธ., กิตติชยารักษ์ ณ., & ชอบประดิถ ภ. (2026). แบบจำลองการทำนายโอกาสการเกิดการแพ้สารทึบรังสี ที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการพยาบาล โรงพยาบาลสมุทรสาคร, 1(2), 109–123. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/HSN_SKHJ/article/view/7674

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ