ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการสุขภาพของตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพ ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสันมะนะ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
คำสำคัญ:
การจัดการสุขภาพของตนเอง, พฤติกรรมสุขภาพ, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้, การดูแลผู้ป่วยแบบยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองชนิด 1 กลุ่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มทดลองหลังให้โปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
ที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ ประชากรที่ศึกษา คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสันมะนะ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มีกลุ่มตัวอย่าง 50 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ โปรแกรม NCDx
สมุดประจำตัว เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดส่วนสูง เครื่องวัดความดันโลหิตสูง และสายวัดรอบเอว แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่า IOC ระหว่าง 0.67 – 1.00 มีค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.82 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และ Wilcoxon Signed Ranks Test
ผลการวิจัยพบว่า หลังให้โปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเอง กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนพฤติกรรมสุขภาพเฉลี่ยสูงกว่าก่อนให้โปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001)
ดังนั้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งที่ควบคุมระดับความดันโลหิตได้และไม่ได้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของบริบทในพื้นที่
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2563). คู่มือการจัดบริการคลินิกเบาหวาน ความดันโลหิตสูงวิถีใหม่ แบบยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (สำหรับระดับผู้ปฏิบัติงาน). กรุงเทพ ฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมชูปถัมป์.
กัลปนา เพชรอินทร์ และนันทยา เสนีย์. (2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการควบคุมความดันโลหิตของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. Science, Technology, and Social Sciences Procedia, 2023(3), NCCR01.
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2565). แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย (พ.ศ. 2566-2570). นนทบุรี; กระทรวงสาธารณสุข.
จันทร์จิรา สีสว่าง, ปุลวิชช์ ทองแดง และดวงหทัย ยอดทอง. (2557). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองในผู้สูงอายุโรคความดัน
โลหิตสูง. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 20(2), 179-192.
ฐิติยา อธิคมานนท์, พัชราภรณ์ ชูแก้ว, ดุษณีย์ สุวรรณคง, ตั้ม บุญรอด, วิชชาดา สิมลา และกาญจนาภรณ์ ไหรนรา. (2567). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองร่วมกับการเรียนรู้แบบกระบวนการกลุ่มต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 33(3), 430-440.
นพาภรณ์ จันทร์ศรี, กนกพร นทีธนสมบัติ, ทวีศักดิ์ กสิผล. (2563). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 6(2), 58-68.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสันมะนะ. (2566). ทะเบียนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน. (2566). ข้อมูลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อ. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน.
Best, J. W. (1977). Research in Education. Englewood Cliffs, New Jersy: Pretice Hall.
Browder, D. M., & Shapiro, E. S. (1985). Applications of Self-management to Individuals with Severe Handicaps: A review. Journal of the Association for Persons with Severe Handicaps, 10(4), 200–208.
Cohen, J. (1988). Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates, Publishers.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A Flexible Statistical Power Analysis Program for the Social, Behavioral, and Biomedical Sciences. Behavior Research Methods, 39, 175-191.
Orem, D. E., Taylor, S. G., & Renpenning, K. M. (2001). Nursing: Concepts of practice. (6th ed.). St. Louis: Mosby.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

