ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของหญิงตั้งครรภ์ที่รับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้
คำสำคัญ:
การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์, หญิงตั้งครรภ์ที่รับบริการยุติการตั้งครรภ์, โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของหญิงตั้งครรภ์ที่รับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ หญิงตั้งครรภ์ที่ยุติการตั้งครรภ์ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566 – 30 กันยายน พ.ศ. 2567 ด้วยสูตร Schlesselman แบบ Matched case-control ratio กำหนดให้เท่ากับ 1:1 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ หญิงตั้งครรภ์ที่ยุติการตั้งครรภ์ และหญิงตั้งครรภ์ที่พึงประสงค์ กลุ่มละ 152 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นข้อมูลจากเวชระเบียน ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่า IOC เท่ากับ 1.00 ทุกข้อ สถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา และสมการถดถอยโลจิสติกพหุตัวแปร
ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีโอกาสยุติการตั้งครรภ์ ได้แก่ การมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เมื่อเทียบกับมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย ทำงานบริษัทเอกชนและนักเรียน/นักศึกษา เมื่อเทียบกับเกษตรกรรม การคุมกำเนิด เมื่อเทียบกับไม่คุมกำเนิด การตั้งครรภ์ 3 ครั้งขึ้นไป เมื่อเทียบกับตั้งครรภ์ 1 ครั้ง การทะเลาะกันในครอบครัวบางครั้งแต่ไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับรักใคร่กันดี สำหรับปัจจัยที่มีโอกาสยุติการตั้งครรภ์ลดลง ได้แก่ จำนวนบุตรมากกว่า 2 คน เมื่อเทียบกับไม่มีบุตร การมาฝากครรภ์ > 12 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับมาฝากครรภ์ ≤ 12 สัปดาห์
จะเห็นได้ว่า การยุติการตั้งครรภ์มาจากสาเหตุรายได้ที่ไม่เพียงพอ กำลังศึกษาอยู่ จำนวนการตั้งครรภ์ และความสัมพันธ์ของครอบครัว ฉะนั้น การป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ควรจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการให้ความรู้และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กชณิภา ผลพฤกษ์, เนตรรัชนี กมลรัตนานันท์ และวายุรี ลำโป. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้สารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในสตรีวัยรุ่น. วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ, 36(2), 66-78.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2564). คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยแบบองค์รวม. ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
กรมอนามัย. (2567). รายงานเฝ้าระวังการตั้งครรภ์แม่วัยรุ่น พ.ศ. 2567. กระทรวงสาธารณสุข. จิรวัฒน์ พลภักดี. (2567). ผลลัพธ์การตั้งครรภ์สตรีตั้งครรภ์อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี ที่มาคลอดในโรงพยาบาลกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 3(1), 115-126.
จิรัชยา เจียวก๊ก, อลัน สาดีน, คฑาวุธ แสงอรุณ, ไมสาเราะ บูอีตำ และสกุลรัตน์ เทพสุทา. (2567). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของมารดาต่อการยุติการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในโรงพยาบาลสงขลา จังหวัดสงขลา. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 20(1), 40-62.
นิศานาถ สวรรคพงษ์ และพนมพร พุ่มจันทร์. (2560). การตัดสินใจเก็บครรภ์และการดำเนินชีวิตของสตรีที่เก็บครรภ์ไม่พึงประสงค์. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 43(1), 161-192.
บุรเทพ โชคธนานุกุล และกมลชนก ขำสุวรรณ. (2559). การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ผลกระทบทางสังคมจากมุมมองเรื่องเพศของแม่ต่างรุ่น. วารสารประชากร, 4(2), 61-79.
พัชราพร ควรรณสุ, พิศิษฐ์ เสรีธรรมะพิทักษ์ และนันทนา ควรรณสุ. (2566). ความรู้ ทัศนคติ และการป้องกันตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่นหญิง จังหวัดนครพนม. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(2), 210-219.
พิชาภรณ์ จันทนกุล, สมฤดี ชื่นกิติญานนท์, สุกฤตา ตะการีย์ และศิริพร สามสี. (2564). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของสตรีวัยรุ่นที่ฝากครรภ์ในโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 22(43), 62-76.
ภาณิชา วัฒนากมลชัย, อารีย์พรรณ โสภณสฤษฎ์สุข, ยุทธพงศ์ วีระวัฒนตระกูล และเจศฎา ถิ่นคำรพ. (2561). ความชุกของการตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผนในสตรีที่มาฝากครรภ์. ศรีนครินทร์เวชสาร, 33(5), 408-414.
โรงพยาบาลทุ่งสง. (2567). ทะเบียนผู้มารับบริการฝากครรภ์. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช. วัชรินทร์ เล็กเจริญกุล. (2566). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของหญิงที่เข้ารับบริการในคลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลอุดรธานี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 31(3), 379-389.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). สถานการณ์สตรีไทย ปี 2567. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
อมรทิพย์ วงศ์เมือง, ชีวรัตน์ บุญวงศ์ และวรลักษณ์ คีรินทร์นนท์. (2568). การพัฒนารูปแบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิจัยสุขภาพปฐมภูมิ, 1(2), 178-198.
อุษมา ช้อนนาค และวีรวิทย์ ปิยะมงคล. (2566). การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Teenage pregnancy). คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. http://www.med.cmu.ac.th/obgyn/lectures-topics/49484 (สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2568)
Barrow, A., Jobe, A., Barrow, S., Touray, E., & Ekholuenetale, M. (2022). Prevalence and factors associated with unplanned pregnancy in The Gambia: Findings from 2018 population-based survey. BMC Pregnancy and Childbirth, 22(1), 17.
Habib, M. A., Raynes-Greenow, C., Nausheen, S., Soofi, S. B., Sajid, M., & Bhutta, Z. A. (2017). Prevalence and determinants of unintended pregnancies amongst women attending antenatal clinics in Pakistan. BMC Pregnancy and Childbirth, 17(1), 156.
Mohammed, F., Musa, A., & Amano, A. (2016). Prevalence and determinants of unintended pregnancy among pregnant woman attending ANC at Gelemso General Hospital, Oromiya Region, East Ethiopia: A facility based cross-sectional study. BMC Women's Health, 16(1), 56.
Oulman, E., Kim, T. H., Yunis, K., & Tamim, H. (2015). Prevalence and predictors of unintended pregnancy among women: An analysis of the Canadian Maternity Experiences Survey. BMC Pregnancy and Childbirth, 15, 260.
Schlesselman, J. J. (1982). Case-control studies. Oxford University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยสุขภาพปฐมภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

