การประเมินระบบเฝ้าระวังวัณโรค อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ปีงบประมาณ 2560
คำสำคัญ:
การประเมิน, ระบบเฝ้าระวัง, วัณโรค, จังหวัดสกลนครบทคัดย่อ
ความเป็นมา: จากผลการสํารวจความชุกวัณโรคระดับชาติ ในปี พ.ศ. 2555-2556 ทำให้คาดประมาณอัตราอุบัติการณ์วัณโรคได้สูงถึง 171 ต่อประชากรแสนคน จากการรายงานผู้ป่วยวัณโรค โรงพยาบาลกุสุมาลย์ อําเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร พบอัตราอุบัติการณ์วัณโรคของอําเภอกุสุมาลย์ พ.ศ. 2560 เป็น 107 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ การประเมินระบบเฝ้าระวังวัณโรคจึงมีประโยชน์ในการช่วยประเมินกระบวนการเฝ้าระวัง ควบคุมโรคเพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคที่ยังเข้าไม่ถึงบริการและหาแนวทางที่จะพัฒนาระบบเฝ้าระวังให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระบบเฝ้าระวังวัณโรคทั้งคุณลักษณะเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพของโรงพยาบาลกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร
วิธีการศึกษา: ทำศึกษาภาคตัดขวางโดยรวบรวมข้อมูลจากการทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยตามรหัส ICD 10 วัณโรคทุกชนิด ทะเบียนตรวจหาเชื้อวัณโรคจากเสมหะ และผู้ป่วยที่ใช้ยา rifampicin ที่มีอายุตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป และมารับบริการที่ โรงพยาบาลกุสุมาลย์ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2559-30 กันยายน 2560 เปรียบเทียบกับข้อมูลผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวังวัณโรค TBCM 2010 นำข้อมูลไปวิเคราะห์คุณลักษณะเชิงปริมาณรวมทั้งได้สัมภาษณ์เชิงลึกในบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องรวม 17 ราย และสังเกตการทำงานในระบบเฝ้าระวังโรคเพื่อประเมินคุณลักษณะเชิงคุณภาพของระบบเฝ้าระวังโรค
ผลการศึกษา: จากการทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วย ทะเบียนตรวจหาเชื้อวัณโรคจากเสมหะ และผู้ป่วยที่ใช้ยา rifampicin พบผู้ป่วย รวม 52 ราย โดยมีรายงานในระบบเฝ้าระวังวัณโรค TBCM 2010 รวม 51 ราย คิดเป็นค่าความไวร้อยละ 98.08 และค่าพยากรณ์บวกร้อยละ 100 ผู้ป่วยที่ไม่ได้รายงานเข้าไปในระบบเฝ้าระวังวัณโรค จำนวน 1 ราย พบเป็นผู้ป่วยเอดส์ที่รักษาที่คลินิกเอดส์ ความถูกต้องของตัวแปรในรายงาน พบว่ามีความคาดเคลื่อน คือ อายุ โดยมีการ บันทึกอายุต่างกัน 1 ปี ร้อยละ 23.08 และที่อยู่ซึ่งพบตำบลไม่ ตรงกันร้อยละ 1.92 ตัวแปรอื่นพบมีความถูกต้องร้อยละ 100 ความเป็นตัวแทนพบว่า ข้อมูลทั้งสองระบบมีความใกล้เคียงกันมากและสามารถเป็นตัวแทนได้ ความทันเวลานั้นไม่สามารถประเมินได้ และผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับการสัมภาษณ์ทุกรายเห็นว่าระบบเฝ้าระวังวัณโรค TBCM 2010 นี้เป็นที่ยอมรับ มีประโยชน์ มีความมั่นคง และมีความยืดหยุ่น อย่างไรก็ตามผู้ที่เกี่ยวข้องร้อยละ 17.65 มีความเห็นว่าระบบเฝ้าระวังยังมีความยุ่งยากอยู่บ้าง
สรุปและวิจารณ์: รายงานในระบบเฝ้าระวังผู้ป่วยวัณโรคของโรงพยาบาลกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีความไวและค่าพยากรณ์บวกสูง มีความถูกต้องของการรายงาน และมีความเป็นตัวแทน การศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่าระบบเป็นที่ยอมรับ มีประโยชน์ มีความมั่นคง และมีความยืดหยุ่น แต่อาจต้องปรับแก้ไขเพื่อลดความยุ่งยากอยู่บ้าง รวมทั้งควรมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใหม่
References
สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิค แอนด์ดีไซน์; 2561.
สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. การสำรวจความชุกของวัณโรคระดับชาติในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2555-2556. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2560.
สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรค พ.ศ. 2560–2564. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2561.
ธนรักษ์ ผลิพัฒน์. การเฝ้าระวังทางสาธารณสุข. ใน: คำนวณ อึ้งชูศักดิ์, วิทยา สวัสดิวุฒิพงศ์, ชุลีพร จิระพงษา, บรรณาธิการ. พื้นฐานระบาดวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักระบาดวิทยา; 2559. หน้า 144-77.
สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์, จิตรลดา กิจเจริญทรัพย์. การประเมินระบบข้อมูลและระบาดวิทยาผู้ป่วยวัณโรค โรงพยาบาลเชียงคำ จังหวัด พะเยา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2544. รายงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ประจําสัปดาห์ 2546; 34: 693-9.
บุญนัฎ เลากะทองทิพย์, พิสุทธิ์ ชื่นจงกลสกุล, อุทัยพร อัครานุภาพ พงศ์. การประเมินระบบเฝ้าระวังผู้ป่วยวัณโรค จังหวัดกำแพงเพชร. นครสวรรค์: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 นครสวรรค์; 2554.
ปิยะณัฐ บุญประดิษฐ์, อร่าม เกศมณี. การประเมินระบบเฝ้าระวัง วัณโรคปอด โรงพยาบาลราชบุรี จังหวัดราชบุรี ปีงบประมาณ 2556. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจําสัปดาห์ 2558; 46 (ฉบับ พิเศษ): S68-S75.
สรวงสุดา จำปาลาศ. สรุปสถานการณ์วัณโรคอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ปีงบประมาณ 2561. สกลนคร: สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดสกลนคร; 2561. (เอกสารอัดสําเนา)
สำนักระบาดวิทยา. นิยามโรคติดเชื้อประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์; 2546.
Downloads
เผยแพร่แล้ว
How to Cite
ฉบับ
บท
License
Copyright (c) 2019 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับ WESR ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ กรุณาอ้างอิงบทความนั้น ๆ