การสอบสวนการระบาดของโรคทรินสิส อำเภอปัว จังหวัดน่าน เดือนเมษายน - พฤษภาคม 2555
คำสำคัญ:
โรคทริคิโนสิส, เนื้อสุกรดิบ, อำเภอปัว, จังหวัดน่านบทคัดย่อ
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2555 สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดน่านได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ว่าพบผู้ป่วยสงสัยโรคทริคิโนสิสหลายรายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และเสียชีวิต 1 ราย จึงประสานงานทีมออกสอบสวนโรคโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการระบาดของโรค ค้นหาสาเหตุ แหล่งโรค สาเหตุของการติดเชื้อ และเพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันโรค การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาระบาด วิทยาเชิงพรรณนา โดยรวบรวมข้อมูลการป่วย และประวัติเสี่ยงจากผู้ป่วยและญาติ เก็บตัวอย่างเลือดและชิ้นเนื้อจากผู้ป่วยส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และเก็บตัวอย่างเลือดสุกรในชุมชนส่งตรวจ ผลการศึกษา พบผู้ป่วย 20 ราย เสียชีวิต 2 ราย ส่วนใหญ่มีภูมิลำเนา อยู่บ้านนาคำ ตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยในทั้ง 20 ราย รายแรกเริ่มป่วยตั้งแต่ 21 เมษายน 2555 และรายสุดท้ายเริ่มป่วย วันที่ 7 พฤษภาคม 2555 แยกเป็นสัดส่วนชายต่อหญิงเท่ากับ 4 ต่อ 1 (16 ต่อ 4 ราย) อายุ เฉลี่ย 50.5 ปี (ช่วงอายุ 24 - 72 ปี) มีอาการปวดกล้ามเนื้อมากที่สุด ร้อยละ 95 อาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ ร้อยละ 80 ไข้ ร้อยละ 75 ตาบวมหน้าบวม ร้อยละ 70 ผลการศึกษาบ่งว่าปัจจัยก่อโรคน่าจะเกิดจากการรับประทานลาบหรือส้าจากเนื้อสุกรดิบ ซึ่งเนื้อสุกรดังกล่าวได้มาจากการนำสุกรที่มีลักษณะผิดปกติมาซำแหละแบ่งขาย กันเองในหมู่บ้านโดยไม่ผ่านการตรวจของปศุสัตว์ ทีมสอบสวนได้ เสนอแนะให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันตราย และความรุนแรงของโรคที่จะเกิดจากการกินอาหารดิบ หรือ ดิบ ๆ สุก ๆ พร้อมประสาน หน่วยงานปศุสัตว์เพื่อเฝ้าระวังโรคและกำหนดให้มีการการตรวจ เนื้อสัตว์หลังการฆ่าเร่งรัดให้มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามฆ่าและชำแหละสัตว์แบ่งขายในชุมชน
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2013 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

