Mpox Disease Investigation: From Hidden Insights to Evidence-Based Reality
DOI:
https://doi.org/10.59096/wesr.v57i4.7800Abstract
การปฏิบัติงานด้านการสอบสวนโรคมีขั้นตอนการดำเนินงานสำคัญอยู่หลายขั้นตอน หนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการสัมภาษณ์ การสังเกต หรือการเก็บข้อมูลจากเอกสาร เพื่อให้ได้มาซึ่ง Timeline หรือข้อมูลของความจริงของเหตุการณ์ที่สำคัญตามลำดับเวลาเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคและวางแผนการป้องกัน ควบคุมโรคที่เหมาะสมต่อไป
ช่วงสายของวันที่ 12 กันยายน 2568 ทีมสอบสวนโรค กรมควบคุมโรค ถูกนำพาให้เข้าสู่ปริศนาของ ‘ความลับ’ อย่างไม่รู้ตัวจากการได้รับข้อความแจ้งเตือนจากทีมเฝ้าระวังเหตุการณ์ผิดปกติ (WATCH) ว่าพบผู้ป่วยยืนยันโรค Mpox สายพันธุ์ Central Africa clade Ib และเบื้องต้นสงสัยว่าอาจจะเป็นผู้ที่ติดเชื้อในประเทศ (Local case) รายแรกของไทย โดยเป็นหญิงไทยรายหนึ่ง ซึ่งในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมาทำธุรกิจขายของออนไลน์กับเพื่อนและชอบเที่ยวผับ/บาร์ทุกวันในย่านพัทยา รวมถึงมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่พบตามผับบาร์บ่อยครั้ง โดยเธอยืนยันว่าใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนจะเริ่มมีอาการป่วย ข้อมูลรายงานเบื้องต้นนี้ดูเหมือนจะเป็นความจริงที่ไม่มีอะไรซับซ้อนแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกลายเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าที่ผู้ป่วยซ่อน ‘ความลับ’ อะไรบางอย่างเอาไว้
ช่วงตลอดระยะเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็ยังคงยืนยันข้อมูลตามเดิมที่เธอได้เล่ามาทั้งหมด จนกระทั่งเช้าวันที่ 13 กันยายน 2568 ข้อความชุดใหม่จากทีมสอบสวนโรคในพื้นที่ถูกส่งมาว่า “เหตุการณ์ที่ไปพัทยาไม่เป็นความจริง เนื่องจากผู้ป่วยไม่อยากให้ที่บ้านรู้เรื่องที่ไปทำงานต่างประเทศ” สถานการณ์ชวนสับสน แต่เมื่อการลงพื้นที่สอบสวนโรคได้เกิดขึ้นแล้วทีมก็ต้องพร้อมไปต่อ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่โดยเริ่มจากการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ timeline ใหม่อีกครั้ง ผู้ป่วยจึงเล่าความจริงให้ฟังว่า ตนเองได้เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศโดยการชักชวนจากเพื่อนคนหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าการไปทำงานในครั้งนี้จะต้องมีบริการอื่น เธอไม่อยากทำแต่ไม่สามารถหนีออกมาได้ จึงจำเป็นต้องทนทำงานจนกระทั่งพาสปอร์ตหมดอายุ จึงได้เดินทางกลับมาที่ประเทศไทยและเริ่มมีอาการป่วยเกิดขึ้น เธอไม่กล้าบอกความจริงกับครอบครัวถึงที่มาของอาการป่วย จึงบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าไปทำงานที่พัทยาและได้ข้อมูลตามที่เล่ามาก่อนหน้าทั้งหมด ข้อสรุปเรื่องราวนี้จึงนำไปสู่ความจริงที่ว่า ผู้ป่วยรายนี้ยังไม่ใช่ Local case รายแรกของประเทศไทย แต่เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ (Imported case) เหมือนที่เคยมีการรายงานมาแล้วเท่านั้น และปัจจัยเสี่ยงคาดว่าน่าจะเกิดจากการไปทำงานบริการในต่างประเทศที่อาจเป็นแหล่งของเชื้อ
คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยยอมเล่าความจริง “ผู้ป่วยเขาเริ่มกังวลกับโรคที่อาจกลัวว่าจะรักษาไม่หาย และเริ่มคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ เลยตัดสินใจเล่า ‘ความจริง’ ให้พี่ฟัง” นี่คือคำบอกเล่าที่ช่วยไขปริศนาจากพี่พยาบาลท่านหนึ่งที่บอกกับทีมสอบสวนโรค ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเชิงทฤษฎีของการเก็บข้อมูลที่อ่อนไหวในกลุ่มเปราะบางทฤษฎีหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จในการเข้าถึงความจริงคืออาศัยการสัมภาษณ์ในรูปแบบกึ่งโครงสร้างภายใต้บรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ มีการใช้คำถามที่เปิดโอกาสให้ผู้ตอบสามารถพูดในสิ่งที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่จะทำให้ผู้ตอบมั่นใจได้ว่าความลับของตนจะไม่ถูกนำไปเปิดเผยในลักษณะที่จะสร้างผลกระทบกับตนเองในภายหลัง ดังเช่น พี่พยาบาลที่โทรสอบถามถึงสุขภาพของผู้ป่วยอยู่เสมอจนเกิดความไว้วางไว้ใจเกิดขึ้น ไม่ว่าแท้จริงแล้วพี่พยาบาลได้มีการผสมผสานทฤษฎีเหล่านี้เข้ากับการปฏิบัติโดยตั้งใจหรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทีมสอบสวนโรคได้เรียนรู้บทเรียนนอกห้องเรียนขนาดใหญ่ และสะท้อนว่าสมาชิกทีมสอบสวนโรคเองควรพิจารณาพัฒนาทักษะส่วนบุคคลที่สำคัญนี้ให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในการสัมภาษณ์หรือการรักษาข้อมูลสำคัญของผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางหรือถามข้อมูลที่มีความอ่อนไหวต่อไปในอนาคต
References
National Foundation for Infectious Disease. Mpox [Internet] 2023 [cited 2025 Nov 14]. Available from: https://www.nfid.org/infectious-disease/mpox/
Thasanoh E P, Napark W, Jaigarun P. Collecting Qualitative Data in Vulnerable Groups: Case Study as Research Methods. Journal of Health and Nursing Research2020;36(2): 273-85.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2026 Weekly Epidemiological Surveillance Report

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Responsibility and Copyright
1. Author Responsibility and Editorial Disagreement
The content and data in all articles published in WESR are the direct opinions and responsibility of the article authors, and the Journal's Editorial Board is not necessarily in agreement with, or jointly responsible for, them.
2. Copyright and Referencing
All articles, data, content, figures, etc., published in WESR are considered the copyright of the academic journal. If any individual or entity wishes to disseminate all or any part of the published material, appropriate citation of the article is required.

