การสอบสวนโรคอาหารเป็นพิษในสามเณรภาคฤดูร้อน พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา วันที่ 7 - 12 เมษายน 2555

ผู้แต่ง

  • นงนุช จตุราบัณฑิต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา
  • โอภาส คันธานนท์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา
  • สุขจิต มโนการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา
  • วรยศ ผลแก้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา
  • บุญฤทธิ์ เอกธรรมเสถียร โรงพยาบาลพังงา
  • โรม บัวทอง สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค

บทคัดย่อ

การสอบสวนโรคอาหารเป็นพิษในสามณรภาคฤดูร้อน พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา วันที่ 7 - 12 เมษายน 2555 มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการระบาดของโรค ศึกษาลักษณะการระบาดของโรค และการกระจายของโรค หาสาเหตุของการระบาด แหล่งโรควิธีถ่ายทอดโรค และเพื่อหา แนวทางในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรค ผลการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา พบมีผู้ป่วยตามนิยาม 24 ราย เป็นเพศชายทั้งหมด อายุเฉลี่ย 12 ปี (อายุระหว่าง 9 - 15 ปี) อาการแสดงทางคลินิกของผู้ป่วย พบว่า มีอาการปวดศีรษะ ร้อยละ 95.83 รองลงมาอาการคลื่นไส้อาเจียน ร้อยละ 83.33 อาการปวดท้อง ร้อยละ 50 มีไข้ ร้อยละ 16.67 และถ่ายเหลว ร้อยละ 12.50 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.83 ดื่มชาเย็นที่มีผู้ที่รับเป็นเจ้าภาพนำมาเลี้ยง เป็นน้ำปาณะในเวลาประมาณ 17.30 น. หลังจากดื่มแล้ว สามเณรทุกรูปเข้าศาลาทำวัตรเย็น จนเวลาประมาณ 18.00 น. มีสามเณร อายุ 10 ปี เริ่มมีอาการปวดศีรษะตาลาย พระพี่เลี้ยงอุ้มออกไปพัก และอาเจียน 2 - 3 ครั้ง ต่อมาเวลาประมาณ 18.30 น. มีอาการอาเจียนอีก 2 ราย หลังจากทำวัตรเย็นในเวลาประมาณ 19.30 น. มีอาการเพิ่มอีก 21 ราย ระยะฟักตัวเฉลี่ย 1 ชั่วโมง 8 นาที ระยะ ฟักตัวสั้นที่สุด 30 นาที เป็นการะบาดชนิดแหล่งโรคร่วมชนิด intermittent common source ผลการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง ไม่พบประเภทอาหารกลางวันที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เมื่อพิจารณาระยะเวลาจากพบผู้ป่วยรายแรก จนถึงรายสุดท้าย ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งผู้ป่วยทุกรายมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน 2 - 3 ครั้ง แล้วอาการก็ดีขึ้น จึงน่าจะ เป็นลักษณะของการได้รับพิษจากอาหาร และอาหารมื้อที่น่าจะก่อให้เกิดอาการได้มากที่สุด น่าจะเป็นชาเย็น จึงหาความสัมพันธ์ของการป่วยกับปริมาณการดื่มชาเย็น พบว่าปริมาณการดื่มหรือ จำนวนแก้วชาเย็นที่ผู้ป่วยดื่มสัมพันธ์กับการเกิดอาการป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p-value= 0.007 ประกอบกับสามเณรที่ป่วย ในครั้งนี้อายุเฉลี่ย 12 ปี บางคนอาจไม่เคยดื่มชาเย็น ซึ่งเป็นชาชนิดที่ชงแล้วผสมกับนมข้น ส่วนใหญ่จะมีคาเฟอีนอยู่ด้วย เมื่อดื่มในปริมาณมากจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนได้ และเมื่ออาเจียนจนสารพิษที่ได้รับไปหมดก็มีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

เอกสารอ้างอิง

สุริยะ คูหะรัตน์, ขรรณาธิการ. นิยามโรคติดเชื้อ ประเทศไทย. พิมพ์ ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์; 2546.

โสภณ คงสำราญ และคณะ. แบคที่เรียทางการแพทย์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พิฆเณศ; 2524.

นิภา จรูญเวสม์, กวี เจริญลาภ, ลาวัณย์ เมืองมณี และนลินี อัศวโภคี. โรคเขตร้อน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พิฆเณศ; 2523.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-07-07

รูปแบบการอ้างอิง

จตุราบัณฑิต น., คันธานนท์ โ., มโนการ ส., ผลแก้ว ว., เอกธรรมเสถียร บ., & บัวทอง โ. (2024). การสอบสวนโรคอาหารเป็นพิษในสามเณรภาคฤดูร้อน พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา วันที่ 7 - 12 เมษายน 2555. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์, 44(17), 257–262. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/WESR/article/view/2977

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นฉบับ