การสอบสวนการระบาดของโรคไข้ชิคุนกุนยา บ้านปางสามัคคี หมู่ที่ 16 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2567

ผู้แต่ง

  • อภิลักษณ์ เหล่าไพโรจน์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร กระทรวงสาธารณสุข
  • ปุณวัฒน์ บุญมี โรงพยาบาลคลองขลุง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร กระทรวงสาธารณสุข

DOI:

https://doi.org/10.59096/wesr.v56i12.6350

คำสำคัญ:

โรคไข้ปวดข้อยุงลาย, การระบาด, อำเภอปางศิลาทอง, จังหวัดกำแพงเพชร, ยุงลายบ้าน

บทคัดย่อ

ความเป็นมา : เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 ทีมผู้สอบสวนโรค ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร พบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้ชิคุนกุนยา 1 ราย ในพื้นที่บ้านปางสามัคคี หมู่ที่ 16 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ทีมผู้สอบสวนโรค จึงลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคและเฝ้าระวังการเกิดโรคในพื้นที่ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการระบาดของโรค ระบุสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาของการระบาด ระบุขอบเขตการระบาด การกระจายของโรค ระบุแหล่งรังโรค และเพื่อควบคุมการระบาด

วิธีการศึกษา : การศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา การทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วย ทบทวนสถานการณ์การเกิดโรคของพื้นที่ที่เกิดโรค และดำเนินการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในชุมชน โรงพยาบาล ศึกษาสิ่งแวดล้อมโดยสำรวจค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย ได้แก่ House index (HI), Container index (CI), Breteau index (BI) และศึกษาทางกีฏวิทยา

ผลการศึกษา : พบผู้ป่วยเข้านิยามโรคไข้ชิคุนกุนยา 12 ราย คิดเป็นอัตราป่วยร้อยละ 4.36 โดยแยกประเภทผู้ป่วยได้ดังนี้ ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) 8 ราย ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) 1 ราย ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) 3 ราย โดยมีอัตราป่วยในเพศหญิง ร้อยละ 4.02 ซึ่งสูงกว่าเพศชาย ที่อัตราป่วยร้อยละ 2.38 กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 40–44 ปี ร้อยละ 10.53 รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 50–54 ปี ร้อยละ 6.90 อาการทางคลินิกที่พบมากที่สุด คือ ไข้สูง ร้อยละ 100 รองลงมาคือ ปวดกล้ามเนื้อ ร้อยละ 66.67 จากผลการตรวจพบผู้มีสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา 3 ราย เมื่อนำตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อโรคไข้ชิคุนกุนยา ด้วยวิธี ELISA ผลพบผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันชนิด IgM 2 ราย และไม่สามารถตรวจระบุสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา เนื่องจากผู้ป่วยมีปริมาณเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาน้อย จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างลูกน้ำ ณ วันที่ 22 เมษายน 2567 ผลพบว่า ยุงที่เป็นพาหะนำโรคในครั้งนี้ คือ ยุงชนิด Aedes spp. ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย HI ร้อยละ 42.86, CI ร้อยละ 8.15 และ BI เท่ากับ 207.14 และภาชนะที่พบลูกน้ำยุงลายส่วนมาก เป็นภาชนะน้ำขังที่อยู่บริเวณนอกบ้าน

ข้อเสนอแนะ : ให้เจ้าหน้าที่เครือข่ายสุขภาพสร้างความรู้ ความตระหนัก และการป้องกันตนเองจากโรคไข้ชิคุนกุนยา แก่ประชาชนในพื้นที่ เช่น การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และควรมีการดำเนินการประสานงานให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระหว่างภาครัฐและเอกชน ในเรื่องการเฝ้าระวังโรค การติดตามอาการ และการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการวินิจฉัยที่ล่าช้า หรือการไม่เข้ารับการรักษาของผู้ป่วยเอง

เอกสารอ้างอิง

Ministry of Public Health (TH), Department of Disease Control. Guidelines on clinical management of chikungunya fever. Nonthaburi: Department of Disease Control; 2020. (in Thai)

Department of Disease Control (TH), Division of Epidemiology. Annual surveillance report [Internet]. 2008 [cited 2024 Jun 1]. Available from: https://apps-doe.moph.go.th/boeeng/annual/Annual/Annual%202551/Part2_51/Annual_MenuPart2_51.html (in Thai)

Department of Disease Control (TH), Division of Epidemiology. Annual surveillance report [Internet]. 2009 [cited 2024 Jun 1]. Available from: https://apps-doe.moph.go.th/boeeng/annual/Annual/Annual%202552/Main.html (in Thai)

Department of Disease Control (TH), Division of Epidemiology. Annual surveillance report [Internet]. 2010 [cited 2024 Jun 3]. Available from: https://apps-doe.moph.go.th/boeeng/annual/Annual/aesr2553/Open.html (in Thai)

Ministry of Public Health (TH), Kamphaeng Phet Provincial Public Health Office. Epidemiological surveillance situation [Internet]. 2024 [cited 2024 Jun 1]. Available from: https://mis.kpo.go.th/web-cdc/index.php. (in Thai)

Ministry of Public Health (TH), Department of Disease Control, Division of Vector-Borne Disease. Guidelines on clinical management of chikungunya fever, 2020 [Internet]. 2020 [cited 2024 Jun 3]. Available from: https://online.fliphtml5.com/hvpvl/nvon/#p=25 (in Thai)

Moungkit P, Phuetfu A, Malee U, Suwankit K, Kantonon S, Kantonon O, et al. Investigation of chikungunya fever outbreak in Thum sub-district, Takuathung district, Phang Nga province, April 30th–May 2nd, 2009. Weekly Epidemiological Surveillance Report. 2009;40(33):549-54. (in Thai)

Ministry of Public Health (TH), Department of Disease Control, Division of Vector-Borne Disease. Handbook of vector surveillance [Internet]. 2016 [cited 2024 Jun 3]. p.7. Available from: https://drive.google.com/file/d/1C1C-Otod5_zJNz_MDFjpNMao5nL7b5QM/view (in Thai)

Ministry of Public Health (TH), Department of Disease Control, Division of Vector-Borne Disease. Handbook of vector surveillance [Internet]. 2016 [cited 2024 Jun 3]. Available from: https://drive.google.com/file/d/1C1C-Otod5_zJNz_MDFjpNMao5nL7b5QM/view (in Thai)

Areechokchai D. Larval indices level from the “Tan Rabat” application and risk of dengue hemorrhagic fever in urban areas. Weekly Epidemiological Surveillance Report. 2018;49:353–9. (in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

เหล่าไพโรจน์ อ., & บุญมี ป. (2025). การสอบสวนการระบาดของโรคไข้ชิคุนกุนยา บ้านปางสามัคคี หมู่ที่ 16 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2567. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์, 56(12), e6350. https://doi.org/10.59096/wesr.v56i12.6350

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นฉบับ