การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคมือเท้าปากและโรคติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสที่มีอาการรุนแรง ในกลุ่มเด็กอายุ 0–9 ปี ที่มารับบริการในอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2568
บทคัดย่อ
โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดเชื้อที่พบบ่อยในเด็ก และอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้จากรายงานการเฝ้าระวังโรคของอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ในปี พ.ศ. 2568 พบอัตราป่วย 262.80 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ใน จำนวน 9 อำเภอของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนระดับประถมศึกษา และมีเด็กเข้ารักษา เป็นผู้ป่วยในจำนวน 1 ราย
การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง โดยเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2568 จากเวชระเบียนผู้ป่วย ที่มารับบริการในอำเภอน้ำปาดจาก 3 แห่ง คือ เวชระเบียนของโรงพยาบาลน้ำปาด เวชระเบียนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และเวชระเบียนของคลินิกเอกชน
ผลการศึกษาระบบเฝ้าระวัง มีความไว ร้อยละ 62.69 โดยพบว่า ความไวจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล มีเพียงร้อยละ 24.49 และความไวจากคลินิกเอกชนเป็น 0 ค่าพยากรณ์บวก ร้อยละ 100 ความเป็นตัวแทนของข้อมูลดี ความทันเวลาใน 3 วันร้อยละ 100 ความถูกต้องของข้อมูล ร้อยละ 100 ความครบถ้วนของข้อมูล ร้อยละ 85.71 จะติดแค่วันเริ่มป่วย เพราะความไม่เชื่อมกันของระบบ
การประเมินคุณลักษณะเชิงคุณภาพ ระบบเฝ้าระวังเป็นที่ยอมรับ ง่าย มีความยืดหยุ่น และมีความมั่นคงของระบบดี แต่ก็พบข้อจำกัด ด้านความถูกต้องของการรายงาน เช่น การลงรหัสโรค ICD10 ไม่ตรงกับโรคหลัก ความเข้าใจผิดในการลงรหัสโรค และคลินิกเอกชน ไม่มีช่องทางรายงานผู้ป่วยที่ชัดเจนเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังDDS ควรมีการทบทวนนิยามและความเข้าใจในการลงรหัสโรคในสถานบริการของรัฐ และมีช่องทางในการรายงานโรคเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังของคลินิกเอกชน เพื่อเพิ่มความไวของระบบเฝ้าระวังให้ดีขึ้นต่อไป
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

