การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคติดเชื้อ Streptococcus suis โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ปีพ.ศ. 2566 - 2568
บทคัดย่อ
ความเป็นมา : โรคติดเชื้อ Streptococcus suis หรือโรคไข้หูดับเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนที่พบมากในภูมิภาคเอเชีย จังหวัดนครสวรรค์มีอัตราป่วยสูงกว่าระดับประเทศ 4.21 เท่า โดยโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์พบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสองประการพร้อมกัน คือ การเปลี่ยนผ่านระบบรายงานจาก R506 มาเป็นระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ในปี พ.ศ. 2567 และการย้ายสถานที่ตั้งโรงพยาบาลในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งยังไม่มีการประเมินระบบเฝ้าระวังโรคนี้อย่างเป็นระบบ การศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งอธิบายกระบวนการดำเนินงานของระบบเฝ้าระวังโรคติดเชื้อ Streptococcus suis ประเมินคุณลักษณะของระบบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ รวมถึงเสนอแนวทางในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
วิธีการศึกษา : เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed methods research) การศึกษาเชิงปริมาณโดยใช้กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่มารับบริการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ซึ่งเข้าเกณฑ์นิยามโรคติดเชื้อ Streptococcus suis หรือรหัสโรคใกล้เคียง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2566–ธันวาคม 2568 จำนวน 364 ราย โดยสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น ทบทวนเวชระเบียนและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ เปรียบเทียบข้อมูลในระบบเฝ้าระวัง และศึกษาเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก 12 ท่านจาก 5 กลุ่มวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับระบบเฝ้าระวัง
ผลการศึกษา : ระบบเฝ้าระวังมีค่าความไวแบบถ่วงน้ำหนักร้อยละ 96.0 และค่าพยากรณ์บวกร้อยละ 98.75 สะท้อนความถูกต้องของการรายงานในระดับสูง ความทันเวลาของการรายงานผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ทุกปี ด้านคุณภาพข้อมูล พบว่าความครบถ้วนของข้อมูลตัวแปรเพศ อายุ เชื้อชาติ และวันที่วินิจฉัยร้อยละ 100 และความเป็นตัวแทน ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังมีความใกล้เคียงกับฐานข้อมูลโรงพยาบาล การประเมินเชิงคุณภาพพบว่าระบบได้รับการยอมรับ มีความยืดหยุ่น และความมั่นคงในระดับดี แต่ยังพบข้อจำกัดด้านความยากง่ายจากการขาดรหัส ICD-10 เฉพาะและการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อนในหลายระบบ
สรุปผล: ระบบเฝ้าระวังโรคติดเชื้อ Streptococcus suis มีคุณลักษณะเชิงปริมาณอยู่ในระดับดีมาก และคุณลักษณะเชิงคุณภาพด้านความยอมรับและความยืดหยุ่นอยู่ในระดับดี อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดด้านความซับซ้อนของขั้นตอนการรายงาน การขาดรหัสโรคเฉพาะ และความมั่นคงจากการพึ่งพาบุคลากรจำนวนจำกัด ซึ่งอาจส่งผลต่อความยั่งยืนของระบบในระยะยาว ดังนั้นควรกำหนดรหัส ICD-10 เฉพาะโรค บูรณาการระบบ HIS กับ DDS จัดทำแนวทางปฏิบัติงานเฉพาะโรค และเพิ่มอัตรากำลังให้สอดคล้องกับภาระงานจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบเฝ้าระวังในภาพรวม
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

