การพัฒนารูปแบบการจัดบริการในคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย โรงพยาบาลโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนา (Research and development) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดบริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโรงพยาบาลโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย แบ่งการวิจัยเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) การศึกษาสภาพปัญหาการจัดบริการในคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลโพนพิสัย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่ม ทีมสหวิชาชีพ 2) การพัฒนารูปแบบจัดบริการฯ และ 3) การทดลองใช้และประเมินผล กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ทีมสหวิชาชีพและผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และในระยะที่ 3 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคปอด อุดกั้นเรื้อรัง จำนวน 30 ราย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แนวคำถามสัมภาษณ์ แบบสนทนากลุ่ม, แบบสอบถามและแบบประเมินความรู้ แบบประเมินคุณภาพชีวิต (CAT Score) แบบประเมินความเหนื่อย (mMRC) ผลตรวจ spirometry ได้แก่ FEV1 FVC และ% FEV1/FVC และแบบประเมินความพึงพอใจดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 ถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 สถิติที่ใช้ ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์โดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างด้วย Wilcoxon signed-rank test
ผลการวิจัยพบว่า ระบบบริการเดิมมีข้อจำกัด ได้แก่ ขาดเครื่องมือวินิจฉัยขาดระบบติดตามและผู้ป่วยขาดความรู้ รูปแบบบริการใหม่ประกอบด้วยการใช้ spirometer การประเมินผลลัพธ์ทางคลินิกประจำปี การให้ความรู้และคู่มือการจัดการตนเอง การติดตามผ่านโทรศัพท์หรือไลน์ และการส่งเสริมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ภายหลังการทดลองใช้รูปแบบฯ พบว่าความรู้ของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 12.10 เป็น 13.43 คะแนน ร้อยละ 93.3 อยู่ในระดับความรู้สูง คะแนน CAT score และ mMRC ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ค่า FEV1 และ FVC เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและ % FEV1/FVC อยู่ในระดับปกติ ผู้ป่วยไม่มีการกำเริบซ้ำและไม่กลับมานอนรักษาซ้ำภายใน 28 วัน อีกทั้งความพึงพอใจต่อบริการอยู่ในระดับมาก แสดงให้เห็นว่ารูปแบบใหม่สามารถแก้ปัญหาของระบบบริการเดิมและยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน
ข้อเสนอแนะ: ควรนำรูปแบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลชุมชนอื่น ๆ และศึกษาผลในระยะยาวเพื่อยืนยันประสิทธิผล
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2022). สถิติการเสียชีวิตของประชากรไทยจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. เข้าถึงได้จาก
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). แผนบริการคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและหอบหืด Service Plan
สาขา COPD ปีงบประมาณ 2567-2569. สืบค้นจาก https://www.moph.go.th
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). แผนพัฒนาคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทย. กรุงเทพฯ:
กระทรวงสาธารณสุข.
กรมควบคุมโรค. (2022). สถิติการเสียชีวิตของประชากรไทยจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. เข้าถึงได้จาก
กัลยรัตน์ สังข์มรรทร (2564). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลสุรินทร์. วารสารการแพทย์ จังหวัดสุรินทร์ .ปีที่ 40 ฉบับที่ 2: พฤษภาคม - สิงหาคม 2568.
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MJSSBH/article/view/252847
จรุงธรรม ขันตี รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลนครพนม ประธานSP COPD & Asthma
เขตสุขภาพที่ 8. Service plan NCD : COPD and Asthma ปีงบประมาณ2567-69.
https://r8way.moph.go.th/r8wayNewadmin/page/upload_file/20240502093423.pdf
ประภาพร นิกรเพสย์. (2564). การศึกษาประสิทธิผลของการจัดบริการคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังใน
โรงพยาบาลอินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี. วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี, 27(1), 1320-1328.
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2567). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสาธารณสุข
(Health Data Center: HDC). สืบค้นจาก https://hdcservice.moph.go.th
สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์. (2565). แนวทางการวินิจฉัยและรักษา
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2565. สืบค้นจาก
https://www.tst.or.th/wpcontent/uploads/2023/02/E2%80%8B.pdf
ศิวพล ศรีแก้ว ชนิสรา แสนยบุตร ปวีณกานต์ จวนสาง และนิสากร วิบูลชัย. ผลของโปรแกรมการ
สนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและภาวะหายใจลำบากในผู้ป่วย
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีอาการกำเริบบ่อยครั้ง,วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม ปีที่ 20
ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม) พ.ศ. 2566)
โรงพยาบาลโพนพิสัย. (2567). รายงานข้อมูลสุขภาพประจำปี พ.ศ. 2567. หนองคาย. โรงพยาบาล
โพนพิสัย.
Brown, L. M., & Green, C. D. (2022). Integrating pulmonary rehabilitation with
psychosocial support in COPD care: Outcomes from a UK study.
International Journal of Chronic Obstructive Pulmonary Disease, 17, 45-54.
Smith, J. A., & Doe, A. B. (2021). Digital health interventions in chronic obstructive
pulmonary disease management: A randomized controlled trial. Journal of
Respiratory Medicine, 115(4), 123-130.
World Health Organization. (2023). Chronic obstructive pulmonary disease (COPD):
Key facts. Retrieved from https://www.who.int
Wilson, K. J., & Taylor, R. S. (2023). Comprehensive care models for COPD patients:
An Australian perspective. Respiratory Care, 68(2), 89-97.
ติดต่อผู้นิพนธ์: อรวรรณ ทิพย์ประสิทธิ์ อีเมล: Nonny8499@gmail.com