การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลทางคลินิกเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนแบบไร้รอยต่อ ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่ใส่ท่อหลอดลมคอที่บ้าน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลทางคลินิกในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนแบบไร้รอยต่อในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่ใส่ท่อหลอดลมคอที่บ้าน โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ศึกษาภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย 2) พัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาล และ 3) ประเมินผลการใช้แนวปฏิบัติ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พยาบาล 6 คน และ ผู้ป่วย 25 คน เครื่องมือได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง 2) แบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยที่ใส่ท่อหลอดลมคอที่บ้าน 3) แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อน 4) แบบประเมินทักษะการดูแลตนเองที่บ้าน และ 5) แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ป่วยและพยาบาลวิชาชีพ การตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาค่าความสอดคล้อง (IOC) 0.67-1.00 มีค่าความเชื่อมั่น 0.86, 0.72, 0.78, 0.74 และ 0.85 ตามลำดับ
ผลวิจัยพบว่าภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย ได้แก่ เลือดออกจากแผลท่อหลอดลมคอ (24%) และการหายใจลำบากจากเสมหะอุดตัน (16%) แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ การประเมินตนเองและสนับสนุนข้อมูล การจัดการอุปกรณ์และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทักษะการดูแลตนเอง การสื่อสารในกรณีฉุกเฉิน การติดตามจากบุคลากรสุขภาพ และการสนับสนุนทางจิตใจ ผลการประเมินประสิทธิภาพของแนวปฏิบัติพบว่า ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) โดยคะแนนเฉลี่ยหลังการอบรมเพิ่มจาก 51.80% เป็น 76.60% ทักษะในการดูแลท่อหลอดลมคอโดยรวมมีค่าเฉลี่ย 72.06% สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (60%) อย่างมีนัยสำคัญ และความพึงพอใจต่อแนวปฏิบัติทั้งในกลุ่มพยาบาลและผู้ป่วยอยู่ในระดับมาก
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กิ่งกาญจน์ ชุ่มจำรัส และ เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย. (2561). ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายร่วมกับ
ให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยเจาะคอ ต่อความรู้ความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยเจาะ
คอ และความพึงพอใจของผู้ดูแลในหอผู้ป่วย ตา หู คอ จมูก โรงพยาบาลสงขลา. วารสาร
เครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 5(1), 118–132.
ธิดา ขุนทอง, เสริมศรี สันตติ และ วิศรุต การุญบุญญานันท์. (2563). การพัฒนาและประเมินผลแนว
ปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิก เพื่อป้องกันผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ในการดูแลเด็กใส่ท่อเจาะคอที่
บ้าน. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย, 7(2), 5–24.
โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี. (2566). สถิติโรคมะเร็งโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ปี 2566: ทะเบียนมะเร็ง
ระดับโรงพยาบาล (Hospital – Based Cancer Registry) เขตสุขภาพที่ 8 ปี 2562–2566.
กรมการแพทย์. https://catalog.dms.go.th/th/dataset/udch_01_02
สมพร พงศ์ชู. (2565). ผลของการใช้โปรแกรมการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยเจาะคอต่อการปฏิบัติของ
ผู้ดูแลผู้ป่วยเจาะคอ. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 16(2), 124–135.
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JHR/article/view/256051
หิรัญญา จีนน้ำใสม, นันทกา สวัสดิพานิช และ จิตลัดดา ดีโรจนวงศ์. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
ภาระการดูแลของผู้ดูแลเด็กที่มีภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรังที่มีท่อหลอดคอที่บ้าน. วารสารสภา
การพยาบาล, 38(4), 118–134.
Alsunaid, S., Holden, V. K., Kohli, A., Diaz, J., & O’Meara, L. B. (2021). Wound care management:
tracheostomy and gastrostomy. Journal of thoracic disease, 13(8), 5297.
Cramer, S. C., Dodakian, L., Le, V., See, J., Augsburger, R., Riley, J. D., Zhou, R. J., Chiu, N.
L., Heckhausen, J., Cassidy, J. M., Scacchi, W., Smith, M. T., Barrett, A. M., Knutson,
J. S., Edwards, D., Putrino, D., Agrawal, K., Do, K., & Zhou, H. (2019). Efficacy of
home-based telerehabilitation vs in-clinic therapy for adults after stroke:
A randomized clinical trial. JAMA Neurology, 76(9), 1079–1087.
https://doi.org/10.1001/jamaneurol.2019.1604
Kligerman, M. P., Vukkadala, N., Tsang, R. K. Y., Sunwoo, J. B., Holsinger, F. C., & Chan, J. Y.
K. (2020). Managing head and neck cancer patients with tracheostomy or laryngectomy
during the COVID-19 pandemic. Head & Neck, 42(7), 1709–1713.
https://doi.org/10.1002/hed.26171
University of Iowa Hospitals and Clinics. Department of Nursing. (2024). Tracheostomy home
care booklet. Iowa Head and Neck Protocols. https://iowaprotocols.medicine.
uiowa.edu/protocols/tracheostomy-home-care-booklet-update-november-2024