การพัฒนาหุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์และผลต่อการเรียนรู้ทักษะการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำของนักศึกษาพยาบาล

ผู้แต่ง

  • พิสิษฐ์ พูลอนันทโชติ นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • กรกนก พัดไธสง นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • มนัสนันท์ หอมสมบัติ นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ประภาพร เจริญราช นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • จิรนันท์ ทองสมบัติ นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • วรรณิดา เกตุทอง นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ศักดิ์ขรินทร์ นรสาร อาจารย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • สุรีย์พร พงษ์พยัคฆ์ อาจารย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์สำหรับฝึกทักษะการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำของนักศึกษาพยาบาล และ 2) ศึกษาผลของการใช้หุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์ต่อการเรียนรู้ทักษะการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำและการตระหนักรู้ต่อตนเอง ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูล ออกแบบ และพัฒนาต้นแบบ พร้อมตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ระยะที่ 2 ทดลองใช้และปรับปรุงต้นแบบ และระยะที่ 3 ประเมินผลโดยใช้การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 2 จำนวน 118 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 59 คน กลุ่มทดลองฝึกด้วยหุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์ ส่วนกลุ่มควบคุมฝึกตามเงื่อนไขเปรียบเทียบ เครื่องมือเก็บข้อมูลเป็นแบบประเมินมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ครอบคลุมคุณลักษณะของหุ่น ผลต่อการเรียนรู้ และการตระหนักรู้ต่อตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Welch’s independent-samples t-test

ผลการพัฒนาพบว่า หุ่นประกอบด้วยโครงสร้างแขน ผิวสัมผัสยืดหยุ่น ระบบหลอดเลือดและของเหลวจำลอง และระบบเซ็นเซอร์ที่ให้ข้อมูลย้อนกลับเมื่อแทงเข็มถูกตำแหน่ง แทงผิดตำแหน่ง หรือแทงทะลุหลอดเลือด ค่า IOC รายด้านอยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าเฉลี่ยรวม 0.87 ก่อนทดลอง คะแนนเฉลี่ยรวมของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (M=4.05, SD=0.64 และ M=3.99, SD=0.64; p=.632) ภายหลังทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (M=4.49, SD=0.52 และ M=4.18, SD=0.64; mean difference=0.32, 95% CI 0.10–0.53, p=.005) แต่คะแนนการเปลี่ยนแปลงระหว่างกลุ่มไม่แตกต่างกัน (p=.095) ผลรายข้อพบความแตกต่างในด้านการให้ข้อมูลย้อนกลับของเซ็นเซอร์ ความทนทาน ความสะดวกในการใช้งาน การช่วยประเมินตนเอง และความเหมาะสมในการใช้เป็นสื่อการเรียนรู้

หุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์มีความเหมาะสมสำหรับใช้สนับสนุนการเรียนรู้และการประเมินตนเองของนักศึกษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์เป็นข้อมูลตามการรับรู้ของผู้เรียน จึงควรศึกษาร่วมกับการประเมินทักษะปฏิบัติแบบปรนัยในอนาคต

ประวัติผู้แต่ง

สุรีย์พร พงษ์พยัคฆ์, อาจารย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

Boromarajonani College of Nursing Khon Kaen

เอกสารอ้างอิง

Alexander M, Corrigan A, Gorski L, Hankins J, Perucca R. Infusion therapy standards of practice. J Infus Nurs. 2019;42(1 Suppl):S1–S224.

World Health Organization. Guidelines for the prevention of bloodstream infections and other infections associated with the use of intravascular catheters: part 1, peripheral catheters. Geneva: World Health Organization; 2024.

Koukourikos K, Tsaloglidou A, Kourkouta L, Papathanasiou IV, Iliadis C, Fratzana A, et al. Simulation in clinical nursing education. Acta Inform Med. 2021;29(1):15–20.

Kim J, Park JH, Shin S. Effectiveness of simulation-based nursing education depending on fidelity: a meta-analysis. BMC Med Educ. 2016;16:152.

Cant RP, Cooper SJ. Use of simulation-based learning in undergraduate nurse education: an umbrella systematic review. Nurse Educ Today. 2017;49:63–71.

Choeichom S, Rujivatanakorn D. Innovation of arm manikin in practicing intravenous fluid administration of nursing students. Rama Nurs J. 2015;21(3):395–409.

Wongprad M, Phonmueang C, Norkaew P, Singwisut S, Donwicha A, Khongkam A, et al. Development of a simulated arm model for practicing intravenous fluid administration among nursing students. Journal of Education, Mahasarakham University. Forthcoming.

Kolb DA. Experiential learning: experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs: Prentice Hall; 1984.

ก่อกุศล จันดี, เชษฐาภรณ์ จันทร์เลิศฤทธิ์. ถอดบทเรียนการบริหารจัดการห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับการเรียนรู้ภาคทดลอง: วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น. วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น. 2569;1(1):58–81.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-17

รูปแบบการอ้างอิง

พูลอนันทโชติ พ., พัดไธสง ก., หอมสมบัติ ม., เจริญราช ป., ทองสมบัติ จ., เกตุทอง ว., นรสาร ศ., & พงษ์พยัคฆ์ ส. (2026). การพัฒนาหุ่นแขนจำลองระบบเซ็นเซอร์และผลต่อการเรียนรู้ทักษะการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำของนักศึกษาพยาบาล. วารสารการพยาบาลและสุขภาพชุมชน สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น, 1(2), 59–73. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/BCNKKJOURNAL/article/view/8183