ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ จังหวัดภูเก็ต

ผู้แต่ง

  • จินดารัตน์ สุทธิปาโล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

คำสำคัญ:

การใช้บริการ, การแพทย์ฉุกเฉิน, ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์ย้อนหลังมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการมารับบริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ จังหวัดภูเก็ต ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติที่เข้ารับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จังหวัดภูเก็ต คำนวณกลุ่มตัวอย่างได้ 1,158 ราย เก็บข้อมูลจากแบบบันทึกการปฏิบัติงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง จังหวัดภูเก็ต และเวชระเบียนของโรงพยาบาล ผ่านผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67 – 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และ Multiple logistic regression

ผลการวิจัยพบว่า ตัวแปรที่มีความสัมพันธ์ต่อการมารับบริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ จังหวัดภูเก็ต ดังนี้ (1) ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติที่มีอายุน้อย (0 – 12 ปี) จะมีโอกาสรับบริการด้วยการแพทย์ฉุกเฉินน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) (2) เกิดเหตุบริเวณบ้าน/ที่ทำงาน มีโอกาสรับบริการด้วยการแพทย์ฉุกเฉินน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเกิดเหตุนอกบ้าน/ที่ทำงาน (3) เกิดเหตุในช่วงเวรเช้าและบ่าย มีโอกาสรับบริการด้วยการแพทย์ฉุกเฉินมากกว่าเมื่อเทียบกับเวรดึก (4) นักเรียน/นักศึกษาโอกาสรับบริการด้วยการแพทย์ฉุกเฉินมากกว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/นักบวช/ในปกครอง (5) ที่เรียกเหตุด้วยอุบัติเหตุ เกี่ยวกับศัลยกรรม และอายุรกรรม มีโอกาสรับบริการด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน มากกว่าเมื่อเทียบการเรียกเหตุด้วยอาการสูติกรรม/ระบบทางเดินอาหาร/ระบบทางเดินปัสสาวะ/จิตเวช (6) ผลการรักษาให้นอนพักรักษาที่โรงพยาบาล มีโอกาสรับบริการด้วยการแพทย์ฉุกเฉินน้อยกว่าเมื่อเทียบการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่น

ฉะนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ควรมีการณรงค์การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับประชาชน รณรงค์ให้มีรับรู้เกี่ยวกับการรับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ควรมีการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อลดอุบัติการณ์จากการเสียชีวิต     

เอกสารอ้างอิง

เจริญ ปราบปรี. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน จังหวัดพัทลุง. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 2(2), 199-212.

เบญจมาศ มาสิงบุญ. (2566). การพัฒนารูปแบบการเข้าถึงบริการ การแพทย์ฉุกเฉินในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(1), 411-422.

กองสาธารณสุขฉุกเฉิน. (2567). มาตรฐานการปฏิบัติงาน เรื่อง การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ และสาธารณสุขในการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญ. กระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี.

กิตติพงศ พลเสน, พรทิพย์ วชิรดิลก, ธีระ ศิริสมุด,

สุรเดช ดวงทิพย์สิริกุล และณัฐวุฒิ คำนวณฤกษ์. (2559). สถานการณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่อการไม่ใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้ารับบริการ

แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 จาก https://www.file:///C:/Users/USER/Documents/Downloads/upload_migrate_file_256 009151223199109_

vueI3zxgLuQ2tpyG.pdf

ณิชชาภัทร ขันสาคร, ทัศนีย์ ศิลาวรรณ, ทัศนีย์

รวิวรกุล, สิริณธิ์ กิตติพิชัย และอุมาวดี เหลาทอง. (2559). รายงานวิจัยการศึกษาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุ. คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 จาก https://www.niems.go.th/th/Upload/File/255911291527463047_276dqvbz2kfisI9b. pdf.

ทิพย์วดี วุฒิพันธ์. (2565). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการใช้บริการการแพทย์์ฉุกเฉินในผผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลอุดรธานีี. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 19(3), 53-66.

ธงชัย อามาตยบัณฑิต. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้บริการระบบการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน และวิกฤติในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 26(5), 883-895.

ธีระ ศิริสมุด, กิตติพงศ์ พลเสน และพรทิพย์ วชิรดิลก. (2561). ความรู้ ทัศนคติ และเหตุผลที่ไม่เรียกใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยฉุกเฉินในประเทศไทย. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 12(4), 668-680.

นงคราญ ใจเพียร. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินและฉุกเฉินเร่งด่วนในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ, 22(1), 52-66

นภดล สี่สุวรรณ. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่เรียกใช้บริการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง. วารสารวิชาการการแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์, 1(2), 33-41.

บุญนภา ทรงพร. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเลือกใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 7(14), 49-63.

พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน. (2551). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125, ตอนที่ 44 ก (ลงวันที่ 6 มีนาคม 2551).

รัดเกล้า วงศ์ชัยสุริยะ, เกรียงศักดิ์ ปินตาธรรม, ยุทธนา โค้วจิริยะพันธุ์ และพรธีรา พรหมยวง. (2564). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยอุบัติเหตุที่นำส่งด้วยชุดปฏิบัติการฉุกเฉินระดับสูงของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย, 1(1), 14-22.

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2563). ระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกฌฉิน. กระทรวงสาธารณสุข.

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2567). รายงานประจำปี สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ปี 2566. นนทบุรี; บริษัทปัญญามิตร การพิมพ์ จำกัด.

สำเริง จันทรสุวรรณ และสุวรรณ บัวทวน. (2547). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต. (2567). แบบบันทึกการปฏิบัติงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง. กระทรวงสาธารณสุข.

Neuman, W. L. (1991). Social research methods: qualitative and quantitative. Approaches.

Boston; Allyn & Bacon. Schlesselman, J. J. (1982). Case-control studies. New York: Oxford University Press.

Yaisien, S. & Alvi, T. (2013). World Health Organization. Prehospital trauma care system. Geneva: WHO; Does pervceived social support predict quality of life in psychiatric patients. Asian J Soc Sci Human.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

จินดารัตน์ สุทธิปาโล. (2025). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ จังหวัดภูเก็ต. วารสารวิจัยสุขภาพปฐมภูมิ, 1(1), 63–78. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/J_PHR/article/view/5176

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย