การพัฒนารูปแบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สถานการณ์การตั้งครรภ์ไม่พร้อม 2) ผลการพัฒนารูปแบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อม และ 3) ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนารูปแบบ มีการศึกษา 4 ระยะ โดยระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ ปัญหา และความต้องการ ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อม ระยะที่ 3 ประเมินผลของรูปแบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อม และระยะที่ 4 ศึกษาปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนารูปแบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม และแบบสอบถาม เครื่องมือผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ระหว่าง .67 – 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติ Wilcoxon Signed Ranks Test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ในปี 2566 และ 2567 หญิงตั้งครรภ์ที่โดนปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ ร้อยละ 81.55 และ 31.55 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้น คือ KESF-RSA Model ได้แก่ Knowledge (K) การให้ความรู้ Empowerment (E) การให้คำปรึกษา คำแนะนำ และการเสริมพลัง Service Quality (S) การบริการที่มีคุณภาพ Follow Up (F) การที่เจ้าหน้าที่ได้ติดตามหลังหญิงตั้งครรภ์ยุติการตั้งครรภ์ และ Referral System for Safe Abortion (RSA) การมีหน่วยที่รับส่งข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมรวดเร็ว สะดวก และง่าย 3) หลังพัฒนารูปแบบ หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 (p < 0.001) สำหรับด้านความคิดเห็นในการยุติการตั้งครรภ์ในภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 (p = 0.020) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านข้อมูลส่วนบุคคล และด้านเศรษฐกิจ มีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ด้านสังคม และวัฒนธรรม มีคะแนนเฉลี่ยน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) สำหรับด้านครอบครัว ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p= 0.133) หญิงตั้งครรภ์ที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมมารับบริการได้รับบริการร้อยละ 100 และ 4) ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ เพิ่มช่องทางในการรับบริการ มีการพัฒนาคณะทำงาน และมีการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยบริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข้อเสนอแนะ ควรมีการพัฒนาระบบการส่งต่อ มีการพัฒนาช่องทางการติดต่อและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย และการบริการการยุติการตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่ปลอดภัย
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2564). คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยแบบองค์รวม. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
จรวยพร เหมรังสี. (2564). กฎหมายการทำแท้งกับจริยธรรมในสังคมไทย. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(11), 483–498.
จิรวัฒน์ พลภักดี. (2567). ผลลัพธ์การตั้งครรภ์สตรีตั้งครรภ์อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี ที่มาคลอดในโรงพยาบาลกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 3(1), 115–126.
จิรัชยา เจียวก๊ก, อลัน สาดีน, คฑาวุธ แสงอรุณ, ไมสาเราะ บูอีตำ, และสกุลรัตน์ เทพสุทา. (2567). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของมารดาต่อการยุติการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในโรงพยาบาลสงขลา จังหวัดสงขลา. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 20(1), 40–62.
จุฑามาศ โกมลศิริสุข. (2561). การพัฒนารูปแบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นจังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 27(2), 253–267.
เฉลิมลักขณ์ วิจิตรานนท์, และสุวะรีย์ ดำเนินวุฒิ. (2566). การประเมินผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของภาคีเครือข่ายจังหวัดสมุทรปราการ. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 46(2), 69–84.
นภสร คงมีสุข, รัชนี ลักษิตานนท์, และพรรณงาม สุนทร. (2562). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์และผลกระทบในการตั้งครรภ์ของแม่วัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 5. สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2568, จาก https://hpc.go.th/rcenter/
_fulltext/20210113173110_4468/20210113173128_2539.pdf
ปติมา หิริสัจจะ. (2565). การพัฒนารูปแบบกลไกดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ให้ได้รับสิทธิตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 45(1), 27–38.
พิชาภรณ์ จันทนกุล, สมฤดี ชื่นกิติญานนท์, และสุกฤตา ตะการีย์. (2560). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของสตรีวัยรุ่นที่ฝากครรภ์ในโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 22(43), 62–76.
พัชรีวรรณ เจนสาริกรณ์. (2567). การพัฒนาระบบบริการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมและการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย จังหวัดจันทบุรี. วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี, 33(1), B104–B115.
ภัทรพงศ์ ชูเศษ. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจังหวัดนนทบุรี (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.
ศิริพร พรแสน, และวัณยรัตน์ คุณาพันธ์. (2567). การตั้งครรภ์ไม่พร้อมในสตรีอายุมาก (ตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป). วารสารศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี, 12(1), 73–84.
ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช. (2567). ทะเบียนหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อม. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
สายใจ สุวรรณศรี. (2567). การศึกษารูปแบบการจัดระบบบริการหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมและการยอมรับการยุติการตั้งครรภ์เครือข่ายจังหวัดหนองคาย. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(1), 287–297.
อุษมา ช้อนนาค, และวีรวิทย์ ปิยะมงคล. (2566). การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Teenage pregnancy). สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2567, จาก http://w.1.med.cmo.ac.th/obgyn/lecturestopics/49484
เครือข่ายอาสา RSA. (2563). แถลงการณ์ข้อเท็จจริงเรื่องการทำแท้งในประเทศไทยจากเครือข่ายอาสา RSA. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2567, จาก https://rsathai.org/contents/17600/
กุลภา วจนสาระ, และเบญจมาศ รอดภัย. (2558). รายงานสรุปการประชุมเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ครั้งที่ 36. ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ. เอกสารอัดสำเนา.
Barrow, A., Jobe, A., Barrow, S., Touray, E., & Ekholuenetale, M. (2022). Prevalence and factors associated with unplanned pregnancy in The Gambia: Findings from 2018 population-based survey. BMC Pregnancy and Childbirth, 22(1), 17. https://doi.org/10.1186/s12884-021-04336-0
Bloom, B. S. (1986). What we are learning about teaching and learning: A summary of recent research. Principal, 66(6), 6–10.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
Crabtree, B. F., & Miller, W. L. (1992). Doing qualitative research: Multiple strategies. Thousand Oaks, CA: Sage Publications.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175–191. https://doi.org/10.3758/BF03193146
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

