ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วัน ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้แต่ง

  • ลัดดาวรรณ ข้องจิตร์ โรงพยาบาลชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

คำสำคัญ:

ผู้ป่วย, การกลับมารักษาซ้ำใน 28 วัน, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วัน ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชากร คือ ผู้ป่วยที่รักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มไม่กลับมารักษาซ้ำ จำนวน 73 คน กลุ่มกลับมารักษาซ้ำใน 28 วัน จำนวน 189 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นข้อมูลจากเวชระเบียน ตรวจสอบเครื่องมือด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่าความสอดคล้องรายข้อ เท่ากับ 1.00 ทุกข้อ วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและถดถอยโลจิสติกพหุตัวแปร

ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้แก่ เพศหญิง เมื่อเทียบกับเพศชาย รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายเมื่อเทียบกับรายได้เพียงพอกับรายจ่าย อาชีพค้าขายและเป็นพ่อบ้าน/แม่บ้านเมื่อเทียบกับอาชีพเกษตรกรรม ผู้ป่วยสูบบุหรี่เมื่อเทียบกับไม่สูบบุหรี่ ความรุนแรงของโรคระดับ GOLD C-D เมื่อเทียบกับความรุนแรงของโรคระดับ GOLD ผู้ป่วยที่มีระยะเวลานอนที่โรงพยาบาล ≥ 8 วัน เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ระยะนอน 1–7 วัน สำหรับปัจจัยที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำลดลง ได้แก่ อายุ 60–69 ปี และ 70–79 ปี เมื่อเทียบกับอายุ ≤ 59 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เมื่อเทียบกับอาชีพเกษตรกรรม ระดับการศึกษาสูงกว่าประถมศึกษาเมื่อเทียบกับประถมศึกษา

ฉะนั้น พยาบาลวิชาชีพควรมีการพัฒนาโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยอาจจะเพิ่มการมีส่วนร่วมของบุคคลในบ้านเพื่อให้มีการรับรู้ความรุนแรงของการเกิดอาการกำเริบของโรค

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ อนุศักดิ์, รัตนนุช มาธนะสารวุฒิ, โภคิน ศักรินทร์กุล, & วิชุดา จิรพรเจริญ. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลลำพูน. วารสารกรมการแพทย์, 46(4), 67–73.

กระทรวงสาธารณสุข. (2566). อัตราป่วยรายใหม่ของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง.

กระทรวงสาธารณสุข. (2567). ตัวชี้วัด Service plan ปี 2567.

ชมขวัญ แก้วพลงาม, ณัฐวดี อินทเเสน, ภานุพงษ์ อุ่นเรือนงาม, & ปาริชาติ นิยมทอง. (2565). ปัจจัยพยากรณ์ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดภาวะกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารสาธารณสุขแพร่เพื่อการพัฒนา, 30(1), 99–111.

ธนิตดา เลิศลอยกุลชัย. (2563). ปัจจัยทางคลินิกของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ต้องนอนโรงพยาบาลซ้ำใน 28 วัน เนื่องจากภาวะกำเริบเฉียบพลันในโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า. วารสารแพทย์เขต 4-5, 39(2), 37–48.

โรงพยาบาลชะอวด. (2567). รายงานผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช.

วิชิต ธีรไกรศรี. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา, 13(1), 57–69.

ศุภนิดา คำนิยม. (2567). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดภาวะกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่นอนโรงพยาบาลซ้ำใน 28 วัน: โรงพยาบาลยโสธร. ยโสธรเวชสาร, 26(1), 108.

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ. (2557). สรุปสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงหลักด้านยาสูบของประเทศไทย พ.ศ. 2557. มหาวิทยาลัยมหิดล.

สมคิด ขำทอง, ปิ่นหทัย ศุภเมธาพร, & ยุวยงค์ จันทรพิจิตร. (2562). ปัจจัยทำนายการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. พยาบาลสาร, 46(1), 126–136.

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์. (2560). ข้อแนะนำการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2560.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช. (2567). ข้อมูลรายงานผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. กระทรวงสาธารณสุข.

สุภาพร ณ พัทลุง. (2567). ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วัน ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลสิงหนคร. วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย, 1(2), 24–34.

อุษา เอี่ยมละออ, เยาวเรศ สายสว่าง, ปิยะลักษณ์ ฉายสุวรรณ, & อารีย์ โกพัฒนกิจ. (2561). อุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงต่อการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วัน ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ในโรงพยาบาลอ่างทอง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 12(2), 240–252.

Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. (2021). The global strategy for the diagnosis, management and prevention of COPD. http://www.goldcopd.org

Mannion, D. M., Homa, D. M., Akinbami, L. J., Ford, E. S., & Redd, S. C. (2002). Chronic obstructive pulmonary disease surveillance—United States, 1971–2000. MMWR Surveill Summ, 51(6), 1–16.

Milne, K. M., Mitchell, R. A., Ferguson, O. L., Hind, A. S., & Guenette, J. A. (2024). Sex-differences in COPD: From biological mechanisms to therapeutic considerations. Frontiers in Medicine, 20(11), Article 1289259. https://doi.org/10.3389/fmed.2024.1289259

Tombor, I., Vangeli, E., West, R., & Shahab, L. (2017). Progression towards smoking cessation: Qualitative analysis of successful, unsuccessful, and never quitters. Journal of Substance Use, 23(2), 214–222. https://doi.org/10.1080/14659891.2017.1378746

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-23

รูปแบบการอ้างอิง

ข้องจิตร์ ล. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วัน ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิจัยสุขภาพปฐมภูมิ, 2(1), e7209. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/J_PHR/article/view/7209

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย