ผลของการใช้แนวทางการพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังสัญญาณเตือนภาวะวิกฤต ในผู้ป่วยเด็กปอดอักเสบ โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย
คำสำคัญ:
แนวทางการพยาบาล , สัญญาณเตือนภาวะวิกฤต , ผู้ป่วยเด็กปอดอักเสบบทคัดย่อ
โรคปอดอักเสบเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในเด็ก โดยเฉพาะในกลุ่มอายุต่ำกว่า 5 ปีที่เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจน หายใจล้มเหลว และอาจพัฒนาเป็นภาวะวิกฤตหากไม่ได้รับการเฝ้าระวังอย่างทันท่วงที แม้ระบบ PEWS จะช่วยคัดกรองความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มีข้อจำกัดในการใช้ในโรงพยาบาลชุมชน ผู้วิจัยจึงพัฒนาแนวทางการพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังสัญญาณเตือนภาวะวิกฤต SSW-PEWS สำหรับผู้ป่วยเด็กปอดอักเสบ โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาผลของการใช้แนวทาง SSW-PEWS ในการเฝ้าระวังสัญญาณเตือนภาวะวิกฤตในผู้ป่วยเด็กปอดอักเสบ (2) เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้และความพึงพอใจของพยาบาลในการใช้แนวทางก่อนและหลังการทดลอง และ (3) เพื่อเปรียบเทียบเชิงพรรณนาอุบัติการณ์ การย้ายเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตโดยไม่ได้วางแผน การใส่ท่อช่วยหายใจโดยไม่ได้วางแผน การช่วยฟื้นคืนชีพโดยไม่ได้วางแผน และ การส่งต่อผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน ภายหลังการใช้แนวทาง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ 15 คน และผู้ป่วยเด็กปอดอักเสบ 42 คน อายุ 1 เดือน–15 ปี เครื่องมือวิจัยได้แก่ แนวทาง SSW-PEWS แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินความพึงพอใจ และแบบบันทึกอุบัติการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ paired-samples t-test สถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า พยาบาลมีคะแนนความรู้หลังการใช้แนวทางสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ความพึงพอใจต่อการใช้แนวทางอยู่ในระดับสูง และภายหลังการใช้แนวทางไม่พบอุบัติการณ์ การใส่ท่อช่วยหายใจโดยไม่ได้วางแผน หรือ การช่วยฟื้นคืนชีพโดยไม่ได้วางแผน ในกลุ่มทดลอง (ร้อยละ 0) ขณะที่กลุ่มควบคุมพบอุบัติการณ์ร้อยละ 3.12 สะท้อนว่าแนวทาง SSW-PEWS ช่วยให้พยาบาลสามารถเฝ้าระวังอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย
เอกสารอ้างอิง
กรุงเทพธุรกิจ. ป้องกันก่อนเป็นโรคปอดอักเสบ อย่าปล่อยให้รุนแรง อันตรายทั้งเด็ก–ผู้ใหญ่ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 9 พ.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก:https://www.bangkokbiznews.com/health/public–health/1037263
กรมควบคุมโรค. โรคปอดบวม, ปอดอักเสบ (Pneumonia) [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 9 พ.ค.2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=21
Montella S, Corcione A, Santamaria F. Recurrent pneumonia in children: A reasoned diagnostic approach and a single-centre experience. Int J Mol Sci. 2017;18(2):296.
World Health Organization. Pneumonia in children [Internet]. 2024 [cited 2025 May 9]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/pneumonia
Hoang KL, Ta AT, Pham VT. Severe recurrent pneumonia in children: Underlying causes and clinical profile in Vietnam. Ann Med Surg (Lond). 2021;67:102480.
กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคติดต่อในเด็กที่สำคัญ ปี 2566. นนทบุรี: กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค; 2567
Gold DL, Mihalov LK, Cohen DM. Evaluating the Pediatric Early Warning Score (PEWS) system for admitted patients in the pediatric emergency department. Acad Emerg Med.2014; 21(11):1249-1256.
ธนู ตั้งศรีเจริญ, สุภารัชต์ กาญจนะวณิชย์. ความสามารถของ Pediatric Early Warning Score (PEWS) ในการทำนายการเสียชีวิตเร็วภายใน 24 ชั่วโมงและสาเหตุการเสียชีวิตในหอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม. วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์. 2566;9(2):29–40.
วารุณี เกตุอินทร์, อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์, พัชรี ชูกันหอม, สุวรรณี แสงอาทิตย์, นิภาวรรณ เปรมเมือง, เพ็ญศรี ดีสมสกุล. ผลของการใช้แบบเฝ้าระวังสัญญาณเตือนภาวะวิกฤติ “PCK. EWS score” (Pediatrics) ในผู้ป่วยเด็กกลุ่มโรคปอดอักเสบ โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. หัวหินเวชสาร. 2566;3(1) :1–12.
จารุพรรณ ตันอารีย์. ประสิทธิภาพการใช้ Pediatric early warning score (PEWS) ในหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลกำแพงเพชร. วารสารกุมารเวชศาสตร์. 2559;55(3):196–200.
Orem DE, Taylor SG, Renpenning KM. Nursing: concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001.
แก้วกาญจน์ เสือรัมย์. การประยุกต์ใช้ทฤษฎีโอเร็มในการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบ: กรณีศึกษา. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2563;45(3):23–36.
โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย. ข้อมูลสถิติทั่วไปของโรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ปีงบประมาณ 2564–2567. สุโขทัย: โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย; 2567.
เอื้องดอย ตันฑพงศ์, สุพัตรา ทาอ้อ. ผลการใช้โปรแกรมการประเมินสัญญาณเตือนภาวะวิกฤตในทารกแรกเกิดในการพยาบาลทารกแรกเกิด สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล. 2564;37(3):76–88.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพลายสือไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นสมบัติของวารสารวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพลายสือไทยจะนําไปตีพิมพ์อีกไม่ได้
