ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลมโนรมย์ จ.ชัยนาท
คำสำคัญ:
ความรอบรู้, ผลิตภัณฑ์สุขภาพ, ความร่วมมือในการใช้ยา, ความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและความร่วมมือในการใช้ยาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โดยใช้การวิจัยแบบกึ่งทดลอง ชนิดสองกลุ่ม วัดก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 64 คน คัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนด และสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 32 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและความร่วมมือในการใช้ยา ระยะเวลา 4 เดือน ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามแนวทางปกติ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ แบบสอบถามความร่วมมือในการใช้ยา และการวัดค่าความดันโลหิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติ Chi-square test หรือ Fisher’s exact test และสถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการทดลอง กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกันในด้านคุณลักษณะพื้นฐาน ความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ความร่วมมือในการใช้ยา และค่าความดันโลหิต หลังการทดลองพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและความร่วมมือในการใช้ยาสูงกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) นอกจากนี้ ค่าความดันโลหิตของกลุ่มทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (p < 0.05) สรุปได้ว่า โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและความร่วมมือในการใช้ยา มีประสิทธิผลในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โปรแกรมดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในโรงพยาบาลชุมชน เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานนายกรัฐมนตรี; 2561.
Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):259–67.
กรมอนามัย. การสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป พ.ศ. 2566 (ครั้งที่ 2): รายงานฉบับสมบูรณ์. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
กฤษณี เกิดศรี, สงวน ลือเกียรติบัณฑิต. ความสัมพันธ์ระหว่างความแตกฉานด้านสุขภาพกับความสามารถในการคุ้มครองตนเองของผู้บริโภคในเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2561;10(1):239–48.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท. รายงานสถานการณ์โรคความดันโลหิตสูง จังหวัดชัยนาท ปีงบประมาณ 2568. ชัยนาท: กลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท; 2568.
อาจินต์ สงทับ. การศึกษาทางวิทยาการระบาด. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2565.
Bernard R. Fundamentals of biostatistics. 5th ed. Pacific Grove (CA): Duxbury; 2000.
กมลชนก เจริญวงษา, วิราพรรณ วิโรจน์รัตน์, ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมความร่วมมือการรับประทานยาโดยใช้แอปพลิเคชันไลน์ในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2565;46(2):313–25.
รวมพร สมประสงค์, วรนุช แสงเจริญ. การพัฒนาแบบวัดความร่วมมือในการใช้ยารับประทาน: การทดสอบในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2567;16(1):273–82.
ปราณี แสดคง, หนึ่งนุช รู้ปัญญา, รัตน์ดาวรรณ คลังกลาง, เบญจพร ฐิติฐาณวิโรจน์. ผลของการใช้สื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพวีเชฟ (V-Shape) ต่อความรู้ ความเชื่อ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนเป็นโรคไตเรื้อรัง. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2568;48(2):59–72.
ปณดา รามไพบูลย์, ระวิวรรณ์ เจริญทรัพย์, รัชนี สรรเสริญ, พิษณุรักษ์ กันทวี. การศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ทางสุขภาพในการใช้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิต อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย. เชียงรายเวชสาร. 2561;10(1):81–92.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567. กรุงเทพมหานคร: สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย; 2567.
Wagner EH, Davis C, Schaefer J, Von Korff M, Austin B. A survey of leading chronic disease management programs: are they consistent with the literature? Manag Care Q. 1999;7(3):56–66.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพลายสือไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นสมบัติของวารสารวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพลายสือไทยจะนําไปตีพิมพ์อีกไม่ได้
