การประเมินระบบเฝ้าระวังกลุ่มโรคไข้เลือดออก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 1 มกราคม 2566–30 พฤศจิกายน 2567
DOI:
https://doi.org/10.59096/wesr.v57i2.6927คำสำคัญ:
การประเมินระบบเฝ้าระวัง, กลุ่มโรคไข้เลือดออก, โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์, จังหวัดนครสวรรค์บทคัดย่อ
ความเป็นมา : กลุ่มโรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ รวมถึงจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถก่อให้เกิดอาการได้หลายระดับความรุนแรง จากข้อมูลรายงานโรคในระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาพบว่า อัตราป่วยในอำเภอเมืองนครสวรรค์ในปี พ.ศ. 2567 มีแนวโน้มลดลงจากปี พ.ศ. 2566 แต่ยังคงสูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีความประสงค์ที่จะประเมินระบบเฝ้าระวังกลุ่มโรคไข้เลือดออกของโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เพื่ออธิบายกระบวนการดำเนินงานของระบบเฝ้าระวัง ประเมินคุณลักษณะของระบบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ รวมถึงเสนอแนวทางในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
วิธีการศึกษา : การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional study) โดยใช้กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในกลุ่มโรคไข้เลือดออกหรือโรคที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง 30 พฤศจิกายน 2567 จำนวน 797 ราย ที่คัดเลือกโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified random sampling) ดำเนินการทบทวนเวชระเบียนและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยเปรียบเทียบกับข้อมูลในระบบเฝ้าระวัง และศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับระบบเฝ้าระวังจำนวน 19 คน
ผลการศึกษา : ผลการประเมินพบว่า ระบบเฝ้าระวังกลุ่มโรคไข้เลือดออกของโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์มีความไวแบบถ่วงน้ำหนักตามรหัสโรค (Weighted sensitivity) ร้อยละ 58.4 และมีค่าพยากรณ์ผลบวก (Positive Predictive Value) ร้อยละ 99.02 ความทันเวลาในการรายงานภายใน 7 วันอยู่ที่ร้อยละ 97.9 ในปี พ.ศ. 2566 และร้อยละ 98.2 ในปี พ.ศ. 2567 โดยทั้งสองปีมีความครบถ้วนของข้อมูลร้อยละ 100 และความถูกต้องของข้อมูลในประเด็นเพศ อายุ สัญชาติ วันที่เริ่มมีอาการ และวันที่วินิจฉัย มากกว่าร้อยละ 90 อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อมูลหัวข้อ “ที่อยู่ตำบล” มีความถูกต้องต่ำกว่าหัวข้ออื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าการรายงานผ่านระบบ DDS (ปี 2567) มีความไวสูงกว่าระบบรายงาน 506 (ปี 2566) แต่มีความถูกต้องของข้อมูลที่น้อยกว่า ด้านความเป็นตัวแทน พบว่าข้อมูลผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังมีความใกล้เคียงกับฐานข้อมูลโรงพยาบาล สะท้อนถึงความสอดคล้องและความครอบคลุมของข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการรายงาน นอกจากนี้ระบบเฝ้าระวังได้รับการยอมรับ มีความยืดหยุ่น และมีความมั่นคงอยู่ในระดับดี แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านความยากง่ายในการใช้งานของระบบรายงาน
สรุปผลการศึกษา : ระบบเฝ้าระวังกลุ่มโรคไข้เลือดออกของโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์มีคุณลักษณะเชิงปริมาณ ได้แก่ ความไว ค่าพยากรณ์บวก ความเป็นตัวแทน ความทันเวลา และคุณภาพของข้อมูล ซึ่งอยู่ในระดับค่อนข้างดี ในด้านเชิงคุณภาพ ระบบเฝ้าระวังมีความยอมรับ ความยืดหยุ่น และความยั่งยืน อยู่ในระดับดี อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นที่ควรพัฒนาในด้านความง่ายของระบบรายงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของระบบเฝ้าระวังต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Ministry of Public Health (TH), Department of Medical Services. Guidelines for diagnosis and treatment of dengue patients (abridged version), 2023. Nonthaburi: Department of Medical Services; 2023. (in Thai)
Ministry of Public Health (TH), Department of Disease Control, Division of Epidemiology. Digital 506: epidemiological surveillance report [Internet]. 2024 [cited 2024 Nov 28]. Available from: https://d506portal.ddc.moph.go.th/web-portal (in Thai)
Ministry of Public Health (TH), Department of Disease Control, Division of Epidemiology. Epidemiological surveillance work [Internet]. 2024 [cited 2024 Nov 28]. Available from: http://203.157.114.24 (in Thai)
Ministry of Public Health (TH), Department of Disease Control, Division of Epidemiology. Definitions of communicable diseases and guidelines for reporting dangerous and under-surveillance diseases in Thailand. Nonthaburi: Bureau of Epidemiology; 2020. (in Thai)
Ongate P, Tantisantisom H. An evaluation of dengue surveillance in muang district, Kamphaengphet province, Thailand, 2013. Wkly Epidemiol. Surveill. Rep. [Internet]. 2024 [cited 2025 Nov 13];46(S1):S30–2. Available from: https://he05.tci-thaijo.org/index.php/WESR/article/view/1831 (in Thai)
Thitichai P. Surveillance evaluation. Lecture notes for the Course on Field Epidemiology and Management Training 2024; 2024 Nov 25–29; TK Palace Hotel & Convention, Bangkok. (in Thai)
Communicable Disease Act B.E. 2558 (2015). Given on 10 August 2015. Royal Gazette. 2015 Sep 8;132(86 G):26–44. (in Thai)
Ministry of Public Health (TH), Department of Disease Control, Division of Epidemiology. Standards and operational guidelines for disease surveillance, investigation, and response teams, 2020. Nonthaburi: Division of Epidemiology; 2020. (in Thai)
World Health Organization. Dengue: guidelines for diagnosis, treatment, prevention and control [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2009 [cited 2024 Nov 28]. Available from: https://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/b1db05d8-0e97-469e-b529-464dca6de540/content
Thongdeepan M. Relationship between workload and staffing integration with nursing quality. Nursing Research [Internet]. 2019 [cited 2024 Nov 28]:22–6. Available from: http://www.medi.co.th/hotnews11/nursing_1625473578NR124.pdf (in Thai)
Lakwang P, Sukravejsiri P. Quality of dengue hemorrhagic fever patient reporting in government hospitals, Yasothon province. KKU J Public Health Res [Internet]. 2018 [cited 2025 Nov 17];5(2):55–64. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kkujphr/article/view/118173 (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความรับผิดชอบและลิขสิทธิ์
1. ความรับผิดชอบของผู้เขียนและความเห็นของกองบรรณาธิการ (Author Responsibility and Editorial Disagreement)
เนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นิพนธ์บทความ และกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ในเนื้อหาดังกล่าว
2. ลิขสิทธิ์และการอ้างอิง (Copyright and Referencing)
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ และอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร WESR ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะนำเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ จะต้องอ้างอิงบทความนั้น ๆ อย่างถูกต้อง

