THE EFFECTIVENESS OF HEALTH EDUCATION PROGRAM ON CHANGING BEHAVIOR OF MOTORCYCLE ACCIDENT PREVENTION IN MOTORCYCLE DRIVERS, NONTHABURI PROVINCE

Authors

  • KANDA BURANAVORASILPA
  • WILAWAN PRATEEPKAEW
  • PRAMOTE WONGSAWAT

Abstract

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษา เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกัน อุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง จำนวน 198 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยกลุ่มทดลอง ได้แก่ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอำเภอเมืองนนทบุรี จำนวน 100 คน และกลุ่มควบคุม ได้แก่ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอำเภอปากเกร็ด จำนวน 98 คน ซึ่งเลือกตัวอย่างแบบจำเพาะเจาะจงดำเนินการจัดโปรแกรมสุขศึกษาในกลุ่มทดลอง โดยประยุกต์กรอบการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพ ( PRECEDE FRAME WORK ) และทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model) ร่วมกับเทคนิคการกระตุ้นเตือนจากหัวหน้าคิวรถ จักรยานยนต์รับจ้าง บุคลากรสาธารณสุข และแผ่นป้าย เก็บข้อมูลก่อนการจัดโปรแกรม 1 สัปดาห์ และหลังการจัดโปรแกรมเป็นเวลา 4 เดือน ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการจัดโปรแกรมสุขศึกษา กลุ่มทดลองมีการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การรับรู้ความรุนแรงของอุบัติเหตุ และการรับรู้ผลดีของการป้องกันอุบัติเหตุ สูงกว่าก่อนการจัดโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อันมีผลทำให้กลุ่มทดลองมีพฤติกรรมป้องกันอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์สูงกว่าก่อนการจัดโปรแกรมสุขศึกษา และสูงกว่ากลุ่ม ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และจากการหาความสัมพันธ์ พบว่า การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และการรับรู้ความรุนแรงของอุบัติเหตุ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมป้องกันอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ และยังพบว่า การได้รับการกระตุ้นเตือน จากหัวหน้าคิวรถจักรยานยนต์รับจ้าง และบุคลากรสาธารณสุข มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมป้องกันอุบัติเหตุจากการขับขี่รถ จักรยานยนต์รับจ้าง นอกจากนั้น ยังพบว่า อายุ และประสบการณ์การเกิดอุบัติเหตุมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมป้องกันอุบัติเหตุ จากการขับขี่รถจักรยานยนต์ ดังนั้น การจัดโปรแกรมสุขศึกษาให้กับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นรูปแบบที่สามารถปรับเปลี่ยน พฤติกรรมป้องกันอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในเขตจังหวัดนนทบุรีไปในทางที่ถูกต้องได้ จึงควรนำรูปแบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

References

ลาวัลย์ มัสโอดี. ประสิทธิผลของการสอนสุขศึกษา เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเองโดยใช้วิดีโอ และเอกสารแผ่นพับร่วมกับการกระตุ้นเตือน ในนักศึกษาวิทยาลัยครูสวนสุนันทา และวิทยาลัยครูสวดุสิต. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาสุขศึกษาบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดล,2532.

วิลาสินี วงค์ประเสริฐ. การยอมรับการใช้หมวกนิรภัยของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสิ่งแวดล้อมบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล, 2529.

สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย, กรมการแพทย์. สถิติอุบัติเหตุในประเทศไทย พ.ศ.2536. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์วชิรินทร์สาส์น, 2537 .-

สถิติอุบัติเหตุในประเทศไทย พ.ศ.2537. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์วชิรินทร์สาส์น,

สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย, กรมการแพทย์. สถิติอุบัติเหตุในประเทศไทย พ.ศ.2538. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์วชิรินทร์สาส์น,

สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย, กรมการแพทย์. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี รายงานประจำปี, 2539. (เอกสารอัดสำเนา)

Rosenstock, Irwin M. "Historical origins of te health belief Model." Health Education Monograps. 2,(1974) : 328-335.

Downloads

Published

2025-02-15

How to Cite

BURANAVORASILPA, K., PRATEEPKAEW, W., & WONGSAWAT, P. (2025). THE EFFECTIVENESS OF HEALTH EDUCATION PROGRAM ON CHANGING BEHAVIOR OF MOTORCYCLE ACCIDENT PREVENTION IN MOTORCYCLE DRIVERS, NONTHABURI PROVINCE. Weekly Epidemiological Surveillance Report, 30(1), 30–35. retrieved from https://he05.tci-thaijo.org/index.php/WESR/article/view/4282

Issue

Section

Original article