การรายงานค่าสถิติและการใช้สัญลักษณ์ใน Manuscript
คำแนะนำผู้แต่ง — การใช้สัญลักษณ์ทางสถิติ
กองบรรณาธิการกำหนดรูปแบบการเขียนสัญลักษณ์ทางสถิติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันตลอดทั้งต้นฉบับ ผู้แต่งควรปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อความสม่ำเสมอและความชัดเจนในการนำเสนอข้อมูล
1. ค่าเฉลี่ย (Mean)
ใช้ตัวย่อ M แทนคำว่า "mean" หรือ "ค่าเฉลี่ย" เสมอ
เขียน M เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ไม่ใส่จุดต่อท้าย ไม่สะกดเต็มคำในส่วนที่รายงานค่าสถิติ
หลีกเลี่ยง: mean = 4.52 / Mean = 4.52 / M. = 4.52
ใช้: M = 4.52
2. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ใช้ตัวย่อ SD ไม่ใช้เครื่องหมาย ±
เขียน SD เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งสองตัว ไม่ใส่จุด ไม่ใช้เครื่องหมาย ± (plus-minus) ในการแสดงค่า SD โดยเด็ดขาด
หลีกเลี่ยง: 4.52 ± 1.03 / S.D. / s.d. / sd
ใช้: M = 4.52 (SD = 1.03)
การรายงานหลายกลุ่ม: ระบุแต่ละกลุ่มแยกกันด้วยเครื่องหมาย semicolon
กลุ่ม A (M = 4.52, SD = 1.03); กลุ่ม B (M = 3.87, SD = 0.94)
กลุ่ม A (M = 4.52, SD = 1.03); กลุ่ม B (M = 3.87, SD = 0.94)
การใช้ = ในวงเล็บ SD: ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค
กองบรรณาธิการกำหนดให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ตามบริบทการใช้งาน
ประโยคสถิติล้วน — ใช้ = ทั้งคู่: M = 38.00 (SD = 3.40)
ฝังในประโยคบรรยาย — ละ = ในวงเล็บได้: กลุ่ม A มีค่าเฉลี่ยอายุ 38 (SD 3.4) ปี
เมื่อ SD อยู่ในวงเล็บต่อท้ายตัวเลขโดยตรงในประโยคบรรยาย วงเล็บทำหน้าที่แสดงบริบทอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ = อีก สิ่งสำคัญคือต้องใช้รูปแบบเดียวกันให้สม่ำเสมอตลอดทั้งต้นฉบับ
3. ค่าความน่าจะเป็น (Probability)
ใช้ p ตัวพิมพ์เล็ก ไม่เอียง ไม่ใช้คำว่า "p value" หรือ "p-value"
เขียน p เป็นตัวพิมพ์เล็กธรรมดา (ไม่ใช่ตัวเอียง) ไม่ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ ไม่มีคำว่า "value" ตามหลัง ไม่ใช้ขีดกลาง รายงานค่าที่แน่นอนเมื่อทำได้
หลีกเลี่ยง: p value = 0.03 / P < 0.05 / p-value / p value
ใช้: p = 0.03 p < 0.001 p = 0.048
กรณีค่า p น้อยมาก: ให้เขียน p < 0.001 ไม่ใช้ p = 0.000 เพราะค่า 0.000 ไม่สื่อความหมายที่ถูกต้องทางสถิติ
4. การเว้นวรรครอบเครื่องหมาย
เว้นวรรคหนึ่งช่องก่อนและหลัง = < > เสมอ
กฎนี้ใช้กับสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์และสถิติที่กำหนดให้มีการเว้นวรรค ไม่ว่าจะอยู่ในประโยคบรรยายหรือในวงเล็บ ทั้งนี้ en dash (–), hyphen (-) และ minus sign (−) มีหลักการเว้นวรรคเฉพาะตามข้อ 6
หลีกเลี่ยง: M=4.52 / p<0.05 / n=80 / SD=1.03
ใช้: M = 4.52 / p < 0.05 / n = 80 / SD = 1.03
5. สัญลักษณ์ทางสถิติอื่นที่ใช้บ่อย
Chi-square
ให้ใช้สัญลักษณ์ χ² แทนการเขียนคำว่า chi-square หรือรูปแบบอื่น เมื่อรายงานค่าสถิติ
หลีกเลี่ยง: Chi-square = 8.42 / X2 = 8.42 / χ2 = 8.42
ใช้: χ² = 8.42
Eta squared
ให้ใช้สัญลักษณ์ η² สำหรับค่า eta squared
หลีกเลี่ยง: eta squared = 0.12 / eta2 = 0.12 / η2 = 0.12
ใช้: η² = 0.12
6. การใช้ En Dash (–), Hyphen (-) และเครื่องหมายลบ (−)
6.1 En Dash (–): ใช้แสดงช่วงของค่า
ใช้ en dash (–) เมื่อต้องการแสดงความหมายว่า “ถึง” ระหว่างค่าที่อยู่ในลำดับเดียวกัน เช่น ช่วงอายุ ระยะเวลา ปี เลขหน้า คะแนน หรือช่วงค่าทางสถิติ
สำคัญ — ไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง en dash: ให้เขียนตัวเลขและ en dash ติดกันทั้งสองด้าน เช่น 18–65 ปี, 2024–2026 และ 95% CI, 1.25–2.84
หลีกเลี่ยง: 18 - 65 ปี / 18 – 65 ปี / 18-65 ปี / 2024 – 2026 / 95% CI, 1.25 – 2.84
ใช้: 18–65 ปี / 2024–2026 / หน้า 125–132 / 95% CI, 1.25–2.84
ตัวอย่างเพิ่มเติม: อายุ 18–65 ปี / ระยะติดตาม 6–12 เดือน / คะแนน 0–10 / อุณหภูมิ 36.5–37.5 °C
6.2 Hyphen (-): ใช้เชื่อมคำ ไม่ใช้แสดงช่วงของตัวเลข
ใช้ hyphen (-) สำหรับเชื่อมคำในคำประกอบ โดยเฉพาะคำคุณศัพท์ประกอบที่ทำหน้าที่ร่วมกันหน้าคำนาม หรือคำศัพท์ที่มีรูปแบบมาตรฐานให้ใช้ hyphen
สำคัญ — ไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง hyphen: คำที่เชื่อมด้วย hyphen ต้องเขียนติดกัน เช่น cross-sectional study, case-control study และ 12-month follow-up
หลีกเลี่ยง: cross - sectional study / case - control study / 12 - month follow-up
ใช้: cross-sectional study / case-control study / double-blind study / evidence-based practice / 12-month follow-up
ข้อสังเกต: คำศัพท์บางคำอาจเขียนติดกันโดยไม่ใช้ hyphen ตามรูปแบบมาตรฐานของคำนั้น เช่น baseline, healthcare, postoperative และ preoperative ผู้แต่งควรใช้รูปแบบเดียวกันอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งต้นฉบับ
6.3 Minus Sign (−): ใช้สำหรับค่าติดลบ
ค่าติดลบทางคณิตศาสตร์และสถิติให้ใช้เครื่องหมายลบ หรือ minus sign (−) ไม่ใช้ hyphen (-) แทนเครื่องหมายลบ
สำคัญ — minus sign ต้องเขียนติดกับตัวเลข: ไม่เว้นวรรคระหว่างเครื่องหมายลบกับค่าตัวเลข เช่น −0.42, −2.6 และ β = −0.31 โดยยังคงเว้นวรรคก่อนและหลังเครื่องหมาย = ตามหลักของวารสาร
หลีกเลี่ยง: r = -0.42 / r = − 0.42 / β = -0.31 / mean difference = − 2.6
ใช้: r = −0.42 / β = −0.31 / mean difference = −2.6
กรณีช่วงค่าที่เป็นจำนวนติดลบ: หากการใช้ en dash ร่วมกับ minus sign ทำให้อ่านยาก แนะนำให้ใช้คำว่า to แทนการใช้ en dash เช่น 95% CI, −4.1 to −1.2 เพื่อให้แยกเครื่องหมายลบออกจากเครื่องหมายแสดงช่วงได้ชัดเจน
6.4 สรุปความแตกต่างของเครื่องหมายทั้ง 3 ชนิด
En dash (–): ใช้แสดงช่วง และไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง เช่น 18–65 ปี หรือ 95% CI, 1.25–2.84
Hyphen (-): ใช้เชื่อมคำ และไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง เช่น cross-sectional study หรือ 12-month follow-up
Minus sign (−): ใช้แสดงค่าติดลบ และต้องเขียนติดกับตัวเลข เช่น r = −0.42 หรือ β = −0.31
ข้อควรจำ: En dash (–) และ hyphen (-) ไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง ส่วน minus sign (−) ต้องเขียนติดกับตัวเลข ตัวอย่างรูปแบบที่ถูกต้อง ได้แก่ 18–65 ปี, cross-sectional study และ β = −0.31
สรุปมาตรฐานการเขียน
ค่าเฉลี่ย: M
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน: SD
ค่า p: p (ตัวเล็ก ไม่เอียง)
Chi-square: χ²
Eta squared: η²
เครื่องหมาย ±: ห้ามใช้สำหรับการแสดง SD
จุดในตัวย่อ: ไม่ใช้
การเว้นวรรครอบ = < >: เว้นหนึ่งช่องก่อนและหลัง
p น้อยมาก: p < 0.001
หลายกลุ่ม: คั่นด้วย ;
En dash (–): ใช้แสดงช่วง ไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง เช่น 18–65 ปี หรือ 95% CI, 1.25–2.84
Hyphen (-): ใช้เชื่อมคำ ไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง เช่น cross-sectional study หรือ 12-month follow-up
Minus sign (−): ใช้สำหรับค่าติดลบและเขียนติดกับตัวเลข เช่น r = −0.42
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน: SD
ค่า p: p (ตัวเล็ก ไม่เอียง)
Chi-square: χ²
Eta squared: η²
เครื่องหมาย ±: ห้ามใช้สำหรับการแสดง SD
จุดในตัวย่อ: ไม่ใช้
การเว้นวรรครอบ = < >: เว้นหนึ่งช่องก่อนและหลัง
p น้อยมาก: p < 0.001
หลายกลุ่ม: คั่นด้วย ;
En dash (–): ใช้แสดงช่วง ไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง เช่น 18–65 ปี หรือ 95% CI, 1.25–2.84
Hyphen (-): ใช้เชื่อมคำ ไม่เว้นวรรคก่อนและหลัง เช่น cross-sectional study หรือ 12-month follow-up
Minus sign (−): ใช้สำหรับค่าติดลบและเขียนติดกับตัวเลข เช่น r = −0.42
หมายเหตุสำหรับผู้แต่ง: หากต้นฉบับมีการใช้รูปแบบที่แตกต่างจากที่กำหนด กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการส่งต้นฉบับกลับเพื่อให้ผู้แต่งแก้ไขก่อนเข้าสู่กระบวนการ peer review ความสม่ำเสมอของรูปแบบตลอดทั้งต้นฉบับถือเป็นความรับผิดชอบของผู้แต่ง