ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน ในนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในภาคใต้ของประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่มีการก่อตัวของพฤติกรรมสุขภาพระยะยาว ทั้งนี้ความรอบรู้ด้านสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลักฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนในวัยรุ่นไทยยังมีจำกัด วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน รวมทั้งศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความชุกของภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพในนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ในนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนสิชลคุณาธารวิทยา จังหวัดนครศรีธรรมราช คำนวณขนาดตัวอย่างด้วยสูตร Cochran ได้จำนวน 385 คน สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบ Kruskal–Wallis และ Spearman Rank Correlation และการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกแบบพหุตัวแปร
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างจำนวน 417 คน พบความชุกของภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน ร้อยละ 27.8 ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับไม่ดีพอ พอใช้ได้ และดีมาก ร้อยละ 4.32, 46.28 และ 49.40 ตามลำดับ ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับดัชนีมวลกาย ทั้งจาก Kruskal–Wallis Test และ Spearman Rank Correlation การวิเคราะห์แบบพหุตัวแปรพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ได้แก่ การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Adjusted Odds Ratio [AOR] 2.36; 95% Confidence Interval [95%CI] 1.47–3.80) วัยรุ่นตอนปลาย (AOR 2.74; 95%CI 1.31–5.72) และอาชีพผู้ปกครองกลุ่มค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว หรือรับจ้าง (AOR 0.58; 95%CI 0.36–0.93)
ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนานโยบายและกิจกรรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในสถานศึกษา เพื่อป้องกันภาวะน้ำหนักเกินและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว ดังนั้นนโยบายด้านการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน (School Health Promotion) ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพควบคู่กับการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมในระบบการศึกษา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก วารสารวิจัยทางการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลทุ่งสง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Noncommunicable diseases [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2026 Mar 10]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases
World Health Organization. Report of the Commission on Ending Childhood Obesity. Geneva: World Health Organization; 2016.
วิชัย เอกพลากร, บรรณาธิการ. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563 (National Health Examination Survey VI: NHES VI). นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2564.
อรรถเกียรติ กาญจนพิบูลวงศ์, ภาณุวัฒน์ คำวังสง่า, สุธิดา แก้วทา. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2563.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ร้อยละของวัยรุ่นอายุ 15–18 ปีมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ระดับเขตสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 21 มี.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก: http://dashboard.anamai.moph.go.th/dashboard/height1518fat/index?year=2022
Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):259–67. doi: 10.1093/heapro/15.3.259
อังศินันท์ อินทรกำแหง. รายงานฉบับสมบูรณ์เรื่องการสร้างและพัฒนาเครื่องมือความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 19 พ.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก: http://bsris.swu.ac.th/upload/268335.pdf
Gomes AS, Rodrigues Dos Santos GM, Bastos IJMT, et al. Social determinants of health literacy in children and adolescents: a scoping review. Rev Gaucha Enferm. 2024;45:e20240001.
Sansom-Daly UM, Lin M, Robertson EG, Wakefield CE, McGill BC, Girgis A, et al. Health literacy in adolescents and young adults: an updated review. J Adolesc Young Adult Oncol. 2016;5(2):106–18. doi: 10.1089/jayao.2015.0059
Caldwell EP, Melton K. Health literacy of adolescents. J Pediatr Nurs. 2020;55:116–9. doi: 10.1016/j.pedn.2020.08.020
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. กระบวนงานบริการสุขศึกษาเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในสถานบริการสุขภาพภาครัฐ บูรณาการมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ. นนทบุรี: กองสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุข; 2560.
จุฑามาศ สมชาติ, ธัญญารัตน์ สิทธิวงศ์, พรทิพย์ ดำรงปัทมา, และคณะ. การปฏิรูปความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy). นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2566.
World Health Organization. Growth reference data for 5–19 years [Internet]. Geneva: World Health Organization [cited 2023 Apr 15]. Available from: https://www.who.int/tools/growth-reference-data-for-5to19-years/indicators/bmi-for-age
Cochran WG. Sampling techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.
Hagan JF Jr, Shaw JS, Duncan PM, editors. Bright Futures: guidelines for health supervision of infants, children, and adolescents. 4th ed. Elk Grove Village (IL): American Academy of Pediatrics; 2017.
วิภารัตน์ สุวรรณไวพัฒนะ, จุภาพรภิรมย์ ไกรภักดิ์, วิจิตรา นวนันทวงศ์. ความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคอ้วนของเด็กวัยรุ่นตอนต้น. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2562;6:80–90.
Narmkul P, Woradet S, Armartpundit T, Maninet S, Songserm N. Factors influencing health literacy in overweight management among late adolescents in Thailand: a cross-sectional study. Belitung Nurs J. 2024;10(5):563–70. doi: 10.33546/bnj.3476
Michou M, Panagiotakos DB, Costarelli V. Low health literacy and excess body weight: a systematic review. Cent Eur J Public Health. 2018;26(3):234–41. doi: 10.21101/cejph.a5172
Chrissini MK, Panagiotakos DB. Health literacy as a determinant of childhood and adult obesity: a systematic review. Int J Adolesc Med Health. 2021;33(3):9–39. doi: 10.1515/ijamh-2020-0275
Chari R, Warsh J, Ketterer T, Hossain J, Sharif I. Association between health literacy and child and adolescent obesity. Patient Educ Couns. 2014;94(1):61–6. doi: 10.1016/j.pec.2013.09.006
Shih SF, Liu CH, Liao LL, Osborne RH. Health literacy and the determinants of obesity: a population-based survey of sixth grade school children in Taiwan. BMC Public Health. 2016;16:280. doi: 10.1186/s12889-016-2879-2
สาริษฐา สมทรัพย์. ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการจัดการภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนในเด็กวัยเรียน. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2561;12(29):20–33.
พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์, วินัดดา ปิยะศิลป์, วันดี นิงสานนท์, ประสบศรี อึ้งถาวร, และคณะ. Guideline in child health supervision. กรุงเทพฯ: สรรพสาร; 2557.
Hampl SE, Hassink SG, Skinner AC, Armstrong SC, Barlow SE, Bolling CF, et al. Clinical practice guideline for the evaluation and treatment of children and adolescents with obesity. Pediatrics. 2023;151(2):e2022060640. doi: 10.1542/peds.2022-060640