ประสิทธิผลของโปรแกรมการบำบัดและติดตามผู้ป่วยยาเสพติด ด้วยรูปแบบมินิธัญญารักษ์ ร่วมกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ตามปฏิทินวัฒนธรรมท้องถิ่น
คำสำคัญ:
ปฏิทินวัฒนธรรมท้องถิ่น, โปรแกรมการบำบัดด้วยด้วยรูปแบบมินิธัญญารักษ์ร่วมกับการมีส่วนร่วมของชุมชน, ผู้ป่วยยาเสพติดบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการบำบัดและติดตามผู้ป่วยยาเสพติดด้วยรูปแบบมินิธัญญารักษ์ร่วมกับการมีส่วนร่วมของชุมชนตามปฏิทินวัฒนธรรมท้องถิ่น
กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัดแบบสมัครใจในมินิธัญญารักษ์ อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 11 คน คัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนดเครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามพฤติกรรมการเลิกใช้ยาเสพติดแบบบูรณาการทัศนคติต่อการใช้ยาเสพติดและการบำบัดยาเสพติดรวมถึงความเครียดและการจัดการความเครียดวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติทดสอบ Paired Sample t-test เพื่อเปรียบเทียบผลก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม
ผลการวิจัยพบว่าหลังเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนพฤติกรรมการเลิกใช้ยาเสพติดแบบบูรณาการ และทัศนคติต่อการใช้ยาเสพติดและการบำบัดยาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(p<0.05) ขณะที่คะแนนความเครียดและการจัดการความเครียดไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมมินิธัญญารักษ์ร่วมกับปฏิทินวัฒนธรรมท้องถิ่นมีศักยภาพ
ในการส่งเสริมพฤติกรรมและทัศนคติเชิงบวกต่อการเลิกใช้ยาเสพติดและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบำบัดและติดตามผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชนได้
เอกสารอ้างอิง
1. United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC). World drug report 2024: Harms of world drug problem continue to mount a mid expansions in drug use and markets. [Internet]. 2024 [cited 22 April 2025]. Available from:
2. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. รายงานสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ; [ม.ป.ป.] [เข้าถึงเมื่อ 20 ก.พ. 2568]. เข้าถึงได้จาก:
3. กรมสุขภาพจิต. แนวทางการดำเนินงานสุขภาพจิตในชุมชน (Community Mental Health Guidelines) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 22 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://mhso.dmh.go.th/fileupload/202010061612167390.pdf
4. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ. เอกสารประกอบการตรวจราชการและนิเทศงานกรณีปกติ รอบที่ 2 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 [อินเทอร์เน็ต]. อำนาจเจริญ: สำนักงาน; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 8 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://inspection.moph.go.th/e-inspection/file_provinec/2022-07-06-08-43-13.pdf
5. กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใช้ยาและสารเสพติดรูปแบบมินิธัญญารักษ์ [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมการแพทย์; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 22 เม.ย. 2568].
เข้าถึงได้จาก:
https://online.anyflip.com/cbilx/deyi/mobile/index.html
6. พูลภัสร์ ภูวงษ์. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อสม.ดีเด่น 2567 [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 22 ก.พ. 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://anyflip.com/bookcase/gmjsy/
7. สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี. แนวทางดำเนินงานมินิธัญญารักษ์ Ver.2 [อินเทอร์เน็ต]. ปทุมธานี: สถาบัน; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 22 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://tyrkk.go.th/new/wp-content/
uploads/2023/10/แนวทางดำเนินงานมินิธัญญารักษ์-Ver.2.pdf
8. Johnson, K. W., Young, L., Shamblen, S., Suresh, G., Browne, T., & Chookhare, K. W. (2012). Evaluation of the therapeutic community treatment model in Thailand: policy implications for compulsory and prison-based treatment. Substance use & misuse [วารสารออนไลน์].
[เข้าถึงเมื่อ 22 เมษายน 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/22676561/
9. McMillan, D. W., & Chavis, D. M. (1986). Sense of community: A definition and theory. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 22 เมษายน 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://cybersalon.org/wpcontent/uploads/2021/06/Sense_of_Community_A_Definition_and_Theory.pdf
10. Saul McLeod. (2025). Carl Rogers Humanistic Theory and Contribution to Psychology [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 5 เมษายน 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://www.simplypsychology.org/carl-rogers.html
11. Wiley Online Library. (n.d.). Understanding Orem’s Self‐Care Deficit Nursing Theory in practice. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 22 เมษายน 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/nuf.12696
12. Bandura A. Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review. 1977;84(2):191–215.
13. Ramadas E, Lima MP, Caetano T, Lopes J, Dixe M. Effectiveness of mindfulness-based relapse prevention in individuals with substance use disorders: a systematic review. Behav Sci. 2021 Sep 30;11(10):133.
doi: 10.3390/bs11100133.
14. วรรณจรี มณีแสง. ประสิทธิผลของโปรแกรมการฝึกสติบำบัดต่อการกลับมาเสพซ้ำในกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดการติดสารเมทแอมเฟตามีน. [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (สาขาการวิจัยและการจัดการด้านสุขภาพ)] ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์. กรุงเทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2563.
15. Krentzman AR, Hoeppner S, Hoeppner B, Barnett N. A randomized feasibility study of a positive psychology journaling intervention to support recovery from substance-use disorders. J Subst Use Addict Treat [Internet]. 2024 [cited 2025 Nov 29];164:209410. Available from:
https://doi.org/10.1016/j.jsat.2024.209410
16. Dillon et al. Feasibility and Acceptability of a Mindfulness-Based Relapse Prevention Intervention for Opioid Use Disorders. J Psychosoc Nurs Ment Health Serv. 2021;60(3):11-14.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการและวิจัยยาเสพติด

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร