Effects of a Health Belief Model-Based Intervention on Stroke Preventive Behaviors among Patients with Hypertension in Phon Na Kaeo District, Sakon Nakhon Province
Keywords:
Health Belief Model, Stroke, HypertensionAbstract
This quasi-experimental study, utilizing a one-group pretest–posttest design, aimed to investigate the effects of a Health Belief Model-based program on stroke preventive behaviors among patients with hypertension in Phon Na Kaeo District, Sakon Nakhon Province. The study population comprised male and female patients who had been medically diagnosed with hypertension and were receiving treatment at Phon Na Kaeo Hospital. A purposive sample of 30 patients, aged 35 years and older, was recruited to participate in the study. The intervention was implemented over a three-month period, from April 20, 2025, to July 20, 2025. The research instrument was a Health Belief Model-based program, and data were collected using structured questionnaires. Descriptive statistics, including frequency, percentage, mean, standard deviation, Median, and Interquartile Range (IQR) were used to analyze the data, while the Wilcoxon signed-ranks test was employed to assess differences in stroke preventive behaviors before and after the intervention.
Results: The findings revealed that scores on knowledge about stroke, perceptions related to stroke—including perceived susceptibility, perceived severity, perceived benefits of prevention, perceived barriers to preventive practices, and perceived self-efficacy in stroke prevention—as well as stroke preventive behaviors, differed significantly between pre- and post-intervention measurements. All differences were statistically significant at the 0.05 level. The post-test scores were significantly higher than the pre-test scores (p < .05).
Recommendations It is recommended to promote the application of the Health Belief Model -based program to stroke prevention behaviors among patients with hypertension. This program enhances patients' knowledge and understanding of hypertension and its complications, ultimately leading to improved self-care behaviors.
References
World Health Organization. Stroke Cerebrovascular accident health topic [Internet]. 2015 [cited 2022
February 22]. Available from: http://www.who.int/topics/cerebrovascular_accident/en/
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด.
นนทบุรี: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2566.
ฐานข้อมูลสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567].
เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/center/public/main
ศูนย์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ. คู่มือการดูแลผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองระยะฟื้นฟู
ชลบุรี: โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ จังหวัดชลบุรี. 2561.
วรารัตน์ ทิพย์รัตน์, โสภิต สุรรณเวลา และวราณี สัมฤทธิ์. ผลของโปรแกรมการสร้างความตระหนักรู้
ต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงในเขตอำเภอเมือง จังหวัด
ตรัง. ว. เครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2560,44(2):94-07.
Rosenstock ML, Strecher VJ, & Becker MH. Social leraning theory and ealth belief model. Health
Education Quarterly1988;15(2):75-138.
โรงพยาบาลโพนนาแก้ว. ข้อมูลสถิติผู้ป่วย ฐานข้อมูลสถิติ งานสารสนเทศ โรงพยาบาลโพนนาแก้ว อำเภอ
โพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร. สกลนคร: โรงพยาบาลโพนนาแก้ว; 2567.
Polit D and Hungler B. Nursing Research: Principle and Method. 6th ed. Philadelphia: Lippincott
Company; 1999. P. 416-417.
ณฐา เชียงปิ๋ว, วราภรณ์ บุญเชียง และศิวพร อึ้งวัฒนา. ผลของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการป้องกันโรค
หลอดเลือดสมองต่อความรู้และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน.
พยาบาลสาร 2565;32(2): 65-77.
จิรัชยา สุวินทรากร, สุรินธร กลัมพากร และทัศนีย์ รวิวรกุล. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้ ความสามารถ
ตนเองของอาสาสมัครสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง และป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง. ว. พยาบาล 2562;
(1):39-48.
พรพิมล อมรวาทินและคณะ. ประสิทธิผลของโปรแกรม CHIRP FAST ต่อความรู้ การรับรู้ ความคาดหวังและ
พฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. ว. เครือข่าย
วิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2562;6(3):121-132.
วรกร วิชัยโย, เพ็ญศิริ จงสมัคร, สิริพร ชัยทอง, และศิริษา โคตรบุดดา. ผลของโปรแกรมการประยุกต์ใช้แบบ
แผนความเชื่อด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และผู้ป่วย
โรคเบาหวาน อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์. ว. วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ 2564;14(2):25-35.
สุวิตรา สร้างนา. ประสิทธิผลของการประยุกต์โปรแกรมสุขศึกษาโดยใช้แบบแผนความเชื่อ ด้านสุขภาพร่วมกับ
การเสริมสร้างพลังอำนาจในกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความ
ดันโลหิตสูง ในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ [วิทยานิพนธ์]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2557.
ชื่นชม สมพล, ทัศนีย์ รวิวรกุล และพัชราพร เกิดมงคล. ผลของโปรแกรมการป้องกัน โรคหลอดเลือดสมอง
สำหรับผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง. ว. พยาบาลสาธารณสุข 2560;31(3):58-73.
วิภาภรณ์ สัญจร. ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ
ต่อความรู้ และพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลกันตัง
จังหวัดตรัง [วิทยานิพนธ์]. ตรัง: วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง; 2562.
กรรณิการ์ เงินดี. ประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกัน
โรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา [วิทยานิพนธ์]. พะเยา:
มหาวิทยาลัยพะเยา; 2564.
ชื่นกมล สิทธิยอดยิ่ง. แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเอง เพื่อ
ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ โรงพยาบาลนภาลัย จังหวัด
สมุทรสงคราม. ว. ศาสตร์สุขภาพและการศึกษา 2565;2(2):46-60.
ขจรพรรณ คงวิวัฒน์, วาริณี เอี่ยมสวัสดิกุล, และมุกดา หนุ่ยศร. ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมป้องกันโรค
หลอดเลือดสมอง ของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง จังหวัดกาญจนบุรี. ว. การพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2560;
(3):129-137.
พันทิพพา บุญเศษ, และลัฆวี ปิยะบัณฑิตกุล. ผลของโปรแกรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
ในกลุ่มเสี่ยงสูง ตำบลห้วยบง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. ว. โรงพยาบาลสกลนคร 2561; 21(2):28-41.
วรารัตน์ เหล่าสูง, วรรณรัตน์ ลาวัง, และพรนภา หอมสินธุ์. ผลของโปรแกรมการประยุกต์แบบแผนความเชื่อ
ด้านสุขภาพร่วมกับการสนับสนุนของครอบครัวต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วย กลุ่ม
เสี่ยง. ว. การพยาบาลและการศึกษา 2562;12(4):32-45.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
บทความที่ตีพิมพ์ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการแพทย์โรงพยาบาลสกลนคร การคัดลอกเพื่อพัฒนาเชิงวิชาการต้องได้รับการอ้างอิงอย่างถูกต้อง