ปัจจัยที่มีผลต่อความปวดในผู้ป่วยวิกฤตผู้ใหญ่ หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม (MICU) โรงพยาบาลสกลนคร
คำสำคัญ:
ความปวด ผู้ป่วยวิกฤต หัตถการ กิจกรรมการพยาบาลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความปวดในผู้ป่วยวิกฤตผู้ใหญ่หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม (MICU) โรงพยาบาลสกลนคร กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยวิกฤตผู้ใหญ่ที่เข้ารับการรักษาใน MICU โรงพยาบาลสกลนคร จำนวน 198 คน ในช่วงเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565 – เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2566 และพยาบาลวิชาชีพจำนวน 12 คน ที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยดังกล่าว วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา แจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความปวดด้วยสถิติสัมประสิทธิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation)
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยร้อยละ 87.87 มีประสบการณ์ความปวด โดยมีประสบการณ์ความปวดระดับปานกลางมากที่สุด ร้อยละ 63.21 มีประสบการณ์ความปวดระดับเล็กน้อย ร้อยละ 36.78 กลุ่มตัวอย่างพบกิจกรรมที่ทำให้เกิดความปวดมากที่สุดคือความปวดในระดับปานกลาง ทั้งในด้านหัตถการที่ได้รับคือ การใส่/ถอดท่อช่วยหายใจ ร้อยละ 89.0 ในด้านกิจกรรมการพยาบาลคือการดูดเสมหะ ร้อยละ 88.0 และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความปวดโดยมีความสัมพันธ์ในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ การใส่/ถอดสาย NG tube การเปลี่ยนท่า/พลิกตะแคงตัว การอาบน้ำบนเตียง การดูดเสมหะการใส่/ถอดท่อช่วยหายใจ การใส่ /ถอดสายสวนหลอดเลือดดำใหญ่ การใส่/ถอดสายสวนปัสสาวะ การประเมินความปวดได้ถูกต้องและครอบคลุมกับสภาพจริงของผู้ป่วยมากที่สุดจะทำให้สามารถจัดการความปวดให้กับผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
อรรถกร รักษาสัตย์. Training of the Trainers in Palliative Care. ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา. มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2560.
ภาวดีวิมลพันธุ์,และพรทิวา คำวรรณ. ผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลต่อระดับอาการปวดที่มีสาเหตุจากมะเร็งของผู้ป่วยมะเร็งระบบทางเดินอาหาร [รายงานวิจัย]. เชียงราย: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง; 2554.
วรางคณา อ่ำศรีเวียง. การจัดการความปวดในผู้ป่วยวิกฤต : บทบาทที่ท้าทายสำหรับพยาบาล.ว. การพยาบาล และการศึกษา 2558;8(2):1–17.
งานสถิติโรงพยาบาลสกลนคร. สถิติผู้ป่วยหนักที่เข้ารับการรักษาในหอผุ้ป่วยหนักอายุรกรรม. สกลนคร: โรงพยาบาลสกลนคร; 2563.
Gilder E, Parke R, Jull A. The endotracheal tube and endotracheal suction: An exploration of adult cardiac surgical intensive care patients’ experience [Internet]. 2016 [cited 2022 June 20]. Available from https://www.anzctr.org.au/AnzctrAttachments/371387 Qualitative%20proposal_EG_Final%20 (2).pdf
Lewis SL, Heitkemper M M, Dirksen SR, O’Brien PG, Bucher L. Medical–surgical nursing: Assessment and management of clinical problems. 10th ed. Missouri: Westline Industrial; 2017.
นิคม ถนอมเสียง. การคำนวณขนาดตัวอย่าง [อินเทอร์เน็ต]. 2555 [เข้าถึงเมื่อ 20 มิถุนายน 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://home.kku.ac.th/nikom/
_sample_size_nk2561.pdf 7
Otto M, BakS, Bach FW, Jensen TS, & SindrupSH.Pain phenomenaandpossible mechanisms in patients with painful polyneuropathy. Pain 2003;101(1–2):187–192.
Richards–Belle A, et al. Intensive Care Psychological Assessment Tool (IPAT) @ University College London Hospitals NHS Foundation Trust. 2018.
Serlin VR, Mendosa TR, Nakamura Y, Edwards K & Cleeland CS. When is cancer pain mild, moderateorsevere?: Gradingpain severitybyitsinterference with function.Pain 1995;61:277–284.
Departmentof Mental Health. Resiliencequotientassessment. Bangkok: Departmentof Health Service Support, Ministry of Health; 2007. (in Thai)
Bergbom–EngbergI, & Haljamae H. Assessmentofpatients experience of discomforts during respirator therapy. Crit Care Med 1989;17(10):1068–1072.
Milgrom LB, Brooks J A, Qi R., Bunnell K.WuestefeldS, & Beckman D.Pain levelsexperienced with activities after cardiac surgery. Am J Crit Care 2004;13(2):116–125.
Siffleet J, Young J, Nikoletti S, & Shaw T. Patients’ self–report of procedure pain in the intensive care unit. J Clin Nurs 2007;16(11):2142–2147.
จรวยพร ใจสิทธิ์, วิลัยพร นุชสุธรรม และเบญจมาศ ถาดแสง. การพยาบาลเพื่อจัดการความปวดในผู้ป่วยวิกฤต. ว. สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ 2563;26(2):104–115.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ตีพิมพ์ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารโรงพยาบาลสกลนคร การคัดลอกเพื่อพัฒนาเชิงวิชาการต้องได้รับการอ้างอิงอย่างถูกต้อง