ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศูนย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำสำคัญ:
ภาวะหมดไฟในการทำงาน, พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด, โรงพยาบาลศูนย์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงบรรยายนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศูนย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพการสมรส และประสบการณ์การปฏิบัติงานในห้องผ่าตัด และปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน ได้แก่ ปริมาณงาน ลักษณะงานที่รับผิดชอบ ความขัดแย้งในบทบาท การสนับสนุนทางสังคม สัมพันธภาพในหน่วยงาน ค่าตอบแทนและสวัสดิการ และนโยบายการบริหาร ที่มีอิทธิพลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศูนย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศูนย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 236 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน และแบบสอบถามวัดภาวะหมดไฟในการทำงาน ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้ 0.87, 0.89 ตามลำดับ และหาค่าความเที่ยงโดยสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาคได้ 0.90, 0.92 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบขั้นตอน
ผลการศึกษาพบว่า
1) ระดับภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศูนย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์อยู่ในระดับปานกลาง คะแนนรวมเท่ากับ 26.40 คะแนน ( = 2.93, S.D. = 1.50) ด้านการลดค่าความเป็นบุคคลอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนรวมเท่ากับ 10.81 คะแนน (
= 2.70, S.D. = 1.58) ด้านการลดความสำเร็จส่วนบุคคลอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนรวมเท่ากับ 14.03 คะแนน (
= 2.80, S.D. = 1.57) โดยมีภาวะหมดไฟในการทำงานภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนรวมเท่ากับ 51.24 คะแนน (
= 2.81, S.D. = 1.23)
2) ตัวแปรที่สามารถร่วมกันทำนายภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศูนย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ตัวแปรสภาพแวดล้อมในการทำงาน การสนับสนุนทางสังคม ลักษณะงานที่รับผิดชอบ และปริมาณงาน ได้ร้อยละ 27.2 (R2 = 0.272) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
อุษาวดี อัศดรวิเศษ. ความก้าวหน้าทางการพยาบาลปริศัลยกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2561.
Association of periOperative Registered Nurses. Guidelines for perioperative practice. Denver (CO): AORN; 2023.
ศรีสกุล เฉียบแหลม, เพ็ญนภา แดงด้อมยุทธ์. ภาวะหมดไฟในการทํางาน. แพทยสารทหารอากาศ 2563;66(2):44–52.
Maslach C, Jackson SE. The measurement of experienced burnout. J Organ Behavior 1981;2(2):99–113.
Maslach C. Burnout: The cost of caring. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1986.
กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัด โรงพยาบาลขอนแก่น. ผลการประเมินภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลห้องผ่าตัด ปี 2565 [เอกสารอัดสำเนา]. ขอนแก่น: โรงพยาบาล; 2565.
วีระยุทธ บุญเกียรติเจริญ, บุญเติม แสงดิษฐ, ทศพร วิมลเก็จ. ความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลของรัฐในกรุงเทพมหานคร. เวชสารแพทย์ทหารบก 2561;71(3):163–72.
Polit DF, Beck CT. Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 11th ed. Philadelphia (PA): Wolters Kluwer; 2021.
Israel GD. Determining sample size. Gainesville (FL): Institute of Food and Agricultural Sciences, University of Florida; 2013.
Sampath R. Multi-stage sampling techniques in research. Int J Adv Res 2019;7(1):1-5.
Gall MD, Gall JP, Borg WR. Educational research: an introduction. 8th ed. Boston (MA): Pearson/Allyn & Bacon; 2007.
บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2560.
Sillero A, Zabalegui A. Organizational factors and burnout of perioperative nurses. CPEMH 2018;14(1):132–42.
Dall’Ora C, Ball J, Reinius M, Griffiths P. Burnout in nursing: a theoretical review. Hum Resour Health 2020;18(1):41.
Teymoori E, Zareiyan A, Babajani-Vafsi S, Laripour R. Viewpoint of operating room nurses about factors associated with the occupational burnout: a qualitative study. Front Psychol 2022;13:947189.
Almodibeg BA, Smith H. A cross-sectional survey to explore the prevalence and causes of occupational burnout syndrome among perioperative nurses in Saudi Arabia. Nurs Open 2021;8(1):364–71.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ตีพิมพ์ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารโรงพยาบาลสกลนคร การคัดลอกเพื่อพัฒนาเชิงวิชาการต้องได้รับการอ้างอิงอย่างถูกต้อง