การพยาบาลผู้ป่วยฝีดาษวานรที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ในหอผู้ป่วยวิกฤตโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ โรงพยาบาลสกลนคร
คำสำคัญ:
ฝีดาษวานร, ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง, ทฤษฎีการพยาบาลของโอเร็ม, การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต, โรคติดเชื้ออุบัติใหม่บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นกรณีศึกษา ที่มุ่งศึกษาการพยาบาลผู้ป่วยฝีดาษวานรที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพื่อนำเสนอการพยาบาลอย่างละเอียด โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการพยาบาลของโอเร็ม ลักษณะสำคัญของกรณีศึกษาไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ เน้นการบรรยายเชิงพรรณนา และเหมาะสำหรับการศึกษาโรคหรือสถานการณ์ที่พบได้น้อยหรือมีความซับซ้อน วัตถุประสงค์ เพื่อประยุกต์ใช้ทฤษฎีการพยาบาลการดูแลตนเองของโอเร็ม ในการพยาบาลผู้ป่วยฝีดาษวานรที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง จำนวน 1 ราย (เดือนมกราคม 2566 ถึงกันยายน 2567) รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ ทบทวนเวชระเบียน และบันทึกทางการพยาบาล นำข้อมูลมากำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล วางแผนและปฏิบัติการพยาบาลตามทฤษฎีของโอเร็ม แล้วประเมินผลลัพธ์
ผลการศึกษา ผู้ป่วยชายไทย อายุ 31 ปี มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้รับการพยาบาลโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีของโอเร็มทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ 1) ระบบทดแทนทั้งหมด ในระยะวิกฤตที่ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจและไม่สามารถดูแลตนเองได้ โดยพยาบาลให้การดูแลครอบคลุมทั้งการรักษาชีวิต ป้องกันการแพร่เชื้อ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน 2) ระบบทดแทนบางส่วน เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง เช่น การจัดการความปวดและการฝึกกายภาพบำบัด และ 3) ระบบสนับสนุนและให้ความรู้ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค การป้องกันการแพร่เชื้อ และสนับสนุนทางด้านจิตใจ ผลลัพธ์พบว่า ผลการติดเชื้อเป็นลบภายหลังจากการได้รับยาและดูแลรักษาครบระยะ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ป้องกันได้ ทั้งในการพยาบาลระยะวิกฤต และระยะฟื้นฟู ผู้ป่วยและครอบครัวให้ความร่วมมือในการรักษาเป็นอย่างดี และมีความวิตกกังวลลดลง
สรุปได้ว่า การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการพยาบาลของโอเร็มในการดูแลผู้ป่วยฝีดาษวานรที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ป่วย เป็นการปรับเปลี่ยนระบบการพยาบาลตามความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยในแต่ละระยะการเจ็บป่วย ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพ ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพการดูแล
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัย การดูแลรักษาและการป้องกันการติดเชื้อกรณีโรคฝีดาษวานร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2566.
Martinez-Sobrido L, Ramirez-Medina E, McLellan JS. Severe complications of monkeypox virus infection: A systematic review. J Infect Dis. 2022;225(8):1243-52.
Thompson RN, Brooks-Pollock E, Stefan W. Clinical manifestations and outcomes of monkeypox virus infection: A prospective cohort study. Lancet Infect Dis 2023;23(5):545-53.
Smith JA, Anderson BC, Williams DE. Comprehensive nursing care for immunocompromised patients with emerging infectious diseases. J Adv Nurs 2023;79(8):3145-56.
Nursing theory. Dorothea Orem – Nursing theorist [Internet]. [Cited 2025 Aug 18]. Available from: https://www.nursing –theory.org/nursing theorists/Dorothea–E–Orem.php
Park SM, Han SJ. Application of Orem's self-care theory in critical care settings: A systematic review. Intensive Crit Care Nurs 2022;68:103174.
Thornhill JP, Barkati S, Walmsley S, Rockstroh J, Antinori A, Harrison LB, et al. Monkeypox virus infection in humans across 16 countries - April-June 2022. N Engl J Med 2022;387(8):679-91.
Wang C, Liu L, Zhao L, Zhang F. Interpretation of guidelines for diagnosis and treatment of monkeypox (2022 edition). Electron J Emerg Infect Dis 2022;7(3):12-7.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคฝีดาษวานรในประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 8 ก.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/monkeypox/
dashboard.php
อภิญญา กุลทะเล. การป้องกันภาวะทุพโภชนาการในผู้ป่วยวิกฤต. ใน: วิจิตรา กุสุมภ์, ธนันดา ตระการวณิชย์, ภัสพร ข่ำวิชา, ไพบูลย์ โชติพรัตน์ภัทร, สุนันทา ครองยุทธ, รัตนา จารุวรรโณ, และคนอื่นๆ, บรรณาธิการ. การพยาบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤติ: แบบองค์รวม. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: สหประชาพาณิชย์; 2560. หน้า 521-4.
สถาบันบำราชนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวปฏิบัติเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2563.
พรศิริ พันธสี. กระบวนการพยาบาล & แบบแผนสุขภาพ : การประยุกต์ใช้ทางคลินิก. พิมพ์ครั้งที่ 22. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจากัด พิมพ์อักษร; 2568.
จีรวรรณ์ ศิริมนตรี. การพยาบาลผู้ป่วยปอดอักเสบจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่มีภาวะหายใจล้มเหลว:
กรณีศึกษา 2 ราย. ว. โรงพยาบาลสกลนคร 2567;27(1):106-18.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ตีพิมพ์ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารโรงพยาบาลสกลนคร การคัดลอกเพื่อพัฒนาเชิงวิชาการต้องได้รับการอ้างอิงอย่างถูกต้อง