ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายตามรูปแบบ D-M-E-T-H-O-D ต่อความรู้และทักษะการดูแลตนเองของผู้ป่วยปอดอักเสบ หอผู้ป่วยร่มฉัตร 1 โรงพยาบาลสกลนคร

ผู้แต่ง

  • สุรีรัตน์ เที่ยงตรง โรงพยาบาลสกลนคร
  • มะลิวรรณ สุนารักษ์ โรงพยาบาลสกลนคร
  • จุติพร ทองอันตัง โรงพยาบาลสกลนคร

คำสำคัญ:

การวางแผนจำหน่าย , ปอดอักเสบ , ความรู้, ทักษะการดูแลตนเอง , รูปแบบ D-M-E-T-H-O-D

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (quasi-experimental research) แบบสองกลุ่มวัดผลภายหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้และทักษะการดูแลตนเองของผู้ป่วยปอดอักเสบ ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติกับกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายตามรูปแบบ D-M-E-T-H-O-D และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยปอดอักเสบที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยร่มฉัตร 1 โรงพยาบาลสกลนคร ระหว่างเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 จำนวน 70 ราย คัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนดและจัดเข้ากลุ่มแบบสลับลำดับ เป็นกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ 35 ราย และกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมการวางแผนจำหน่าย 35 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย โปรแกรมการวางแผนจำหน่ายตามรูปแบบ D-M-E-T-H-O-D แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับโรคปอดอักเสบ 15 ข้อ แบบประเมินทักษะการดูแลตนเอง 20 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจต่อโปรแกรม 8 ข้อ ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา (CVI) เท่ากับ 0.80 และค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s alpha) เท่ากับ 0.85 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติไคสแควร์ และสถิติทดสอบทีแบบสองกลุ่มอิสระ

               ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มมีลักษณะเป็นเอกพันธ์ในด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสิทธิการรักษา (p > .05) ยกเว้นประวัติการสูบบุหรี่ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (χ² = 6.98, p = .030) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม พบว่ากลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคปอดอักเสบ (M = 57.43, S.D. = 4.10) สูงกว่ากลุ่มควบคุม (M = 37.49, S.D. = 6.26) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 15.77, p < .001) และมีค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะการดูแลตนเอง (M = 16.49, S.D. = 1.70) สูงกว่ากลุ่มควบคุม (M = 11.23, S.D. = 3.09) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 8.82, p < .001) โดยขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับใหญ่มากทั้งสองตัวแปร (Cohen’s d = 3.77 และ 2.11 ตามลำดับ) นอกจากนี้ ผู้ป่วยกลุ่มทดลองมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.26, S.D. = 0.36) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายตามรูปแบบ D-M-E-T-H-O-D สามารถเพิ่มความรู้และทักษะการดูแลตนเองของผู้ป่วยปอดอักเสบได้ จึงควรนำไปใช้เป็นแนวทางมาตรฐานในการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยกลุ่มนี้

ประวัติผู้แต่ง

สุรีรัตน์ เที่ยงตรง, โรงพยาบาลสกลนคร

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หอผู้ป่วยร่มฉัตร 1 โรงพยาบาลสกลนคร

มะลิวรรณ สุนารักษ์ , โรงพยาบาลสกลนคร

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หอผู้ป่วยร่มฉัตร 1 โรงพยาบาลสกลนคร

จุติพร ทองอันตัง , โรงพยาบาลสกลนคร

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หอผู้ป่วยร่มฉัตร 1 โรงพยาบาลสกลนคร

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคปอดอักเสบ พ.ศ. 2566 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 15 ม.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/files/

pdf

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2566.

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอักเสบ ที่เกิดในชุมชนในผู้ใหญ่ พ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์; 2565.

Costa-Pinto R, Bailey M, Pilcher D, Bellomo R. Clinical instability at discharge and post-discharge outcomes in patients with community-acquired pneumonia: an observational study J Clin Med 2025;14(15):5273.

Li S, Li L, Wang S, Wu H. Clinical characteristics and risk factors of hospital mortality in elderly patients with community-acquired pneumonia. Front Med (Lausanne) 2025;12:1512288.

รัตนา นิลเลื่อม, สุพัตรา ศรีจรรยา, ปวีณา ทองดี. ประสิทธิผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายต่อความรู้ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลราชบุรี จังหวัดราชบุรี. ว. พยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก 2564;32(2):202-16.

ปิยะนุช จิตตนูนท์, อรพิน รังษีสาคร, ศิริพร ขัมภลิขิต. ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายต่อความรู้ พฤติกรรมการดูแลตนเอง และการกลับเข้ารักษาซ้ำของผู้สูงอายุโรคปอดอักเสบ. ว. พยาบาลศาสตร์ และสุขภาพ 2565;45(3):85-97.

Chen H, Hara Y, Horita N, Saigusa Y, Kaneko T. An early screening tool for discharge planning shortened length of hospital stay for elderly patients with community-acquired pneumonia. Clin Interv Aging 2021;16:443-50.

Hirota Y, Shin JH, Sasaki N, Kunisawa S, Fushimi K, Imanaka Y. Development and validation of prediction models for the discharge destination of elderly patients with aspiration pneumonia. PLoS One 2023;18(2):e0282272.

Nasiri M, Jafari Z, Rakhshan M, Yarahmadi F, Zonoori S, Akbari F, et al. Application of Orem’s theory-based caring programs among chronically ill adults: a systematic review and dose-response meta-analysis. Int Nurs Rev 2023;70(1):59-77.

ธิดารัตน์ คณึงเพียร, วรรณภา ศรีธัญรัตน์. ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายตามรูปแบบ D-M-E-T-H-O-D ต่อความรู้และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ว. การพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2566;41(2):112-22.

Oh S, Choi H, Oh EG, Lee JY. Effectiveness of discharge education using teach-back method on readmission among heart failure patients: a systematic review and meta-analysis. Patient Educ Couns 2023;107:107559.

Gonçalves I, Almeida S, Jesus É, Nunes E. Effect of the primary nursing model on self-care skills of hospitalized older patients with multimorbidity: a quasi-experimental study. Healthcare (Basel) 2025;13(19):2457.

ขวัญใจ ปั้นทอง, นิรมล พัจนสุนทร. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยสูงอายุ โรคเรื้อรังในเขตสุขภาพที่ 8. ว. สุขภาพและการศึกษาพยาบาล 2567;30(1):45-58.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

1.
เที่ยงตรง ส, สุนารักษ์ ม, ทองอันตัง จ. ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายตามรูปแบบ D-M-E-T-H-O-D ต่อความรู้และทักษะการดูแลตนเองของผู้ป่วยปอดอักเสบ หอผู้ป่วยร่มฉัตร 1 โรงพยาบาลสกลนคร. Med J Sakon Nakhon Hosp [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 7 กันยายน 2026];29(2):39-50. available at: https://he05.tci-thaijo.org/index.php/JSakonNakHosp/article/view/8267

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ