การพัฒนาการดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาในจังหวัดสระแก้ว
คำสำคัญ:
มาตรฐานความปลอดภัยด้านยา, รูปแบบ 5C3SDTI, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ, ระบบสารสนเทศบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัย ด้านยาด้วยรูปแบบ 5C3SDTI และเปรียบเทียบผลลัพธ์การดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาก่อนและหลังการใช้รูปแบบ 5C3SDTI ของโรงพยาบาลในจังหวัดสระแก้ว ดำเนินการศึกษาในกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ โรงพยาบาลจำนวน 9 แห่ง และรวบรวมข้อมูลเชิงกระบวนการจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 1 แห่ง ระหว่างเดือนตุลาคม 2566 ถึง พฤษภาคม 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย รูปแบบ 5C3SDTI และแบบประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านยา ดำเนินการเก็บข้อมูลก่อนและหลังการพัฒนา วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานก่อนและหลังด้วยสถิติ Wilcoxon signed ranks test ผลการศึกษาพบว่า คะแนนประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาของโรงพยาบาลหลังใช้รูปแบบ 5C3SDTI มีค่ามัธยฐานเพิ่มขึ้นจาก 3.07 (IQR = 2.80–3.50) เป็น 3.33 (IQR = 3.07–4.00) และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.027) โดยพบว่าหัวข้อความปลอดภัยด้านยามีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12 หัวข้อ จาก 15 หัวข้อ หัวข้อที่มีคะแนนเพิ่มสูงสุด ได้แก่ การผลิตและเตรียมยา รองลงมาคือ การบริการจ่ายยาผู้ป่วยใน และระบบข้อมูลที่เชื่อมโยง/งานเภสัชกรรมปฐมภูมิ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบแจ้งเตือนจากการใช้ยาในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังผ่าน Line/Telegram ทั้งจังหวัด การพัฒนาระบบ Grafana เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลยาทั้งจังหวัด และการพัฒนาระบบ Serious ADR type A และ B เชื่อมโยงข้อมูลการแพ้ยารุนแรงทั้งจังหวัดผ่านระบบ Grafana
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Patients for Patient Safety [Internet]. 2024 [cited 2025 Feb 9]. Available from: https://www.who.int/initiatives/patients-for-patient-safety
กระทรวงสาธารณสุข. แบบประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2565 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://dmsic.moph.go.th/editors/userfiles/files/hospital.pdf
ณัฐฎา สุรณัฐกุล. รูปแบบการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดสงขลา. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;7(2):1-15.
Mateeapiruk P. The Analysis of Performance in Accordance with the Pharmaceutical Standards in Primary Care Unit (PCU), Songkhla Province. South Coll Netw J Nurs Public Health. 2017;4(1):153-70.
จารุณี วงศ์วัฒนาเสถียร. การวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนทางยาและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา จากโปรแกรมรายงานความเสี่ยงโรงพยาบาลบุรีรัมย์. วารสารเภสัชกรรมคลินิก. 2566;29(3):177-88.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. การขับเคลื่อนนโยบายการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในประเทศไทย. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2565;16(3):281-8.
พิทยาภรณ์ ซิมเมอร์มันน์. รูปแบบการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในอำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(2):144-66.
คณะกรรมการความปลอดภัยด้านยาจังหวัดสระแก้ว. รายงานสรุปผลการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาและสถานการณ์ความปลอดภัยด้านยาจังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ 2566. สระแก้ว: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว; 2566.
อัญชภรณ์ คำสาร, ศุภลักษณ์ วงศ์ปาลี, จินดาวิทย์ อิสระโชติ. การพัฒนาระบบงานเภสัชสนเทศเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพงานระบบยา รพ.ลำพูน พ.ศ. 2558-2562. วารสารคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ. 2566;3(1):1-13.
สิริรัตน์ ภูมิรัตนประพิณ, ศิโรรัตน์ วราอัศวปติ. ผลการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แจ้งเตือนแบบทันทีในการป้องกันการสั่งยาที่ไม่เหมาะสมในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่องในโรงพยาบาลชัยภูมิ. วารสารเภสัชกรรมคลินิก. 2568;31(2):177-87.
สุทธิพงษ์ มีชำนาญ. รูปแบบการส่งเสริมการใช้ยา Metformin อย่างสมเหตุผลในผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาลธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2565;3(1):241-50.
รุจิพัชร์ ยิ่งกิจวิวัฒน์, นุชน้อย ประภาโส, ไพรำ บุญญะฤทธิ์. สถานการณ์และโอกาสพัฒนาการจัดการระบบเภสัชกรรมของโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. วารสารเภสัชกรรมคลินิก. 2565;28(1):27-41.
นุชน้อย ประภาโส. การศึกษาการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ. 2567;3(2):66-79.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพลายสือไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นสมบัติของวารสารวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพลายสือไทยจะนําไปตีพิมพ์อีกไม่ได้
