รูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตายในกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สถานการณ์ ปัญหา และความต้องการในการป้องกันการฆ่าตัวตาย 2) พัฒนารูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตาย และ 3) ประเมินรูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตายในกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย ดำเนินการทั้งหมด 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 วิเคราะห์จากเอกสารและเชิงคุณภาพ ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยและพัฒนา และระยะที่ 3 ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบกึ่งทดลอง กลุ่มเป้าหมายมี 2 กลุ่ม คือ เครือข่ายสุขภาพจิตในชุมชน และผู้ดูแลกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ข้อมูลทุติยภูมิ การสนทนากลุ่ม แบบสอบถาม และรูปแบบ KAM-END Model ตรวจสอบเครื่องด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มีค่า IOC ระหว่าง 0.67 – 1.00 ค่าความเที่ยงแบบประมาณทักษะการดูแล เท่ากับ 0.81 สถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์เนื้อหา One Sample T-Test และ Wilcoxon Signed Rank Test
ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตายส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตายแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้น คือ KAM-Model ประกอบไปด้วย การมีความรู้ (K-Knowledge) การเข้าถึงบริการ (A-Access) การมีพี่เลี้ยง (M-Monitor) การให้กำลังใจ (E-Encourage) การมีเครือข่าย (N-Network) และการมีศูนย์ข้อมูล (D-Data Center) 3) หลังการพัฒนารูปแบบ ฯ พบว่า 1) มีโรคซึมเศร้า ภาวะซึมเศร้าลดลง และอัตราการฆ่าตัวตายลดลง 2) ทักษะการดูแลของผู้ดูแลมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น และ 3) ผู้ดูแลมีความเครียดในการดูแลลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.001
ฉะนั้น โรงพยาบาลพระพรหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชุมชน นำรูปแบบไปใช้ในชุมชน โดยขยายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เน้นประสิทธิภาพในการคัดกรองโดยใช้แบบประเมิน 2Q 9Q และ 8Q และพัฒนาทักษะการดูแลและสังเกตสัญญาณเตือนการฆ่าตัวตายของประชาชนในชุมชน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก วารสารวิจัยทางการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลทุ่งสง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Preventing Suicide: A Global Imperative. Geneva: World Health Organization; 2014 [Internet]. [Cited 2020 Jan 12]. Available from: https://apps.who.int/iris/handle/10665/131056
กรมสุขภาพจิต. โรคซึมเศร้ากับเหล่าเซเลป [Internet]. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต; 2564 [สืบค้นเมื่อ 23 ก.พ. 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=2278
กรมสุขภาพจิต. รายงานผู้ป่วยมารับบริการด้านจิตเวช ประจำปีงบประมาณ 2561. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
กรมสุขภาพจิต. รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2566. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช. รายงานการคัดกรองภาวะซึมเศร้า. นครศรีธรรมราช: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
โรงพยาบาลพระพรหม. รายงานประจำปี (6 เดือน). นครศรีธรรมราช: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช; 2567.
กฤษ ใจวงค์, วรยุทธ นาคอ้าย. รูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตายในกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตายโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2567;33(2):297–306.
เกษม ตั้งเกษมสำราญ. การขับเคลื่อนรูปแบบการพัฒนาการป้องกันการฆ่าตัวตายซ้ำในกลุ่มผู้พยายามฆ่าตัวตาย จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2565;31(4):638–47.
ภานุพันธ์ ไพฑูรย์. การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างคุณค่าในตนเองเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในพื้นที่จังหวัดพะเยา. วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. 2567;14(1):1–14.
ขวัญธิดา พิมพการ. การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า. วารสารสุขศึกษา. 2562;42(2):218–25.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้าระดับจังหวัด (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 3/2557). นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2557.
Crabtree BF, Miller WL, editors. Doing Qualitative Research. Newbury Park (CA): Sage Publications; 1992.
Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39:175–91.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล, ธรณินทร์ กองสุข, เบญจลักษณ์ มณีทอน, กมลเนตร วรรณเสวก, จินตนา ลี้จงเพิ่มพูน, เกษราภรณ์ เคนบุปผา, และคณะ. การพัฒนาและความเที่ยงตรงของแบบคัดกรองโรคซึมเศร้าชนิด 2 คำถามในชุมชนไทยอีสาน. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2550;52(2):138–48.
ธรณินทร์ กองสุข, สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล, ศุภชัย จันทร์ทอง, เบญจมาศ พฤกษ์กานนท์, สุพัตรา สุขาวห, จินตนา ลี้จงเพิ่มพูน. ความเที่ยงตรงตามเกณฑ์วินิจฉัยโรคซึมเศร้าของแบบประเมินอาการซึมเศร้า 9 คำถาม ฉบับปรับปรุงภาษากลาง. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2561;63(4):321–34.
โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต. แบบประเมินความเครียด. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
Hair JF, Babin BJ, Anderson RE, Black WC. Multivariate data analysis. 8th ed. Harlow (England): Pearson; 2019.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช. ข้อมูลการประเมินสุขภาพจิต. นครศรีธรรมราช: กระทรวงสาธารณสุข; 2568.
กรมสุขภาพจิต. รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2566. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
กรองจิต วลัยศรี. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2566;8(3):909–17.
กายสิทธิ์ แก้วยาศรี. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวัง คัดกรอง และดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน จังหวัดเลย. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2565;15(2):328–42.
ธนธร กานตอาภา. รูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังเครือข่ายโรงพยาบาลคาม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2563;5(4):99–104.
รัศมี ชุดพิมาย. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังกลุ่มเสี่ยงในชุมชน ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2565;16(3):851–67.