ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของหญิงตั้งครรภ์ ที่รับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้

Main Article Content

กิตติคุณ ตันประดิษฐ์

บทคัดย่อ

ความเป็นมา: การตั้งครรภ์ไม่พร้อมสามารถพบได้ทุกช่วงอายุ ทั้งในวัยทำงานและวัยรุ่น การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของหญิงตั้งครรภ์ที่รับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้


วิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลัง ประชากรศึกษา ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2567 คำนวณขนาดตัวอย่างได้ 304 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 152 คน คือ หญิงตั้งครรภ์ที่ยุติการตั้งครรภ์ และหญิงตั้งครรภ์ที่พึงประสงค์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบบันทึกข้อมูลจากเวชระเบียน ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence: IOC) เท่ากับ 1.00 ทุกข้อ สถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุตัวแปร


ผลวิจัย: เมื่อหญิงตั้งครรภ์เป็นนักเรียน/นักศึกษา จะมีอัตราส่วนโอกาสยุติการตั้งครรภ์เป็น 36.70 เท่า เมื่อเทียบกับอาชีพเกษตรกรรม (Adjusted Odds Ratio [AOR] = 36.70, 95% Confidence Interval [CI] = 5.86–229.73) เมื่อหญิงตั้งครรภ์มีความสัมพันธ์ทะเลาะบางครั้งแต่ไม่รุนแรง และทะเลาะกันรุนแรง จะมีอัตราส่วนโอกาสยุติการตั้งครรภ์เป็น 2.35 และ 13.82 เท่า เมื่อเทียบกับรักใคร่กันดี (AOR = 2.35, 95% CI = 1.15–4.81; AOR = 13.82, 95% CI = 3.96–48.19) เมื่อหญิงตั้งครรภ์มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย จะมีอัตราส่วนโอกาสยุติการตั้งครรภ์เป็น 3.41 เท่า เมื่อเทียบกับมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย (AOR = 3.41, 95% CI = 1.77–6.57) เมื่อหญิงตั้งครรภ์คุมกำเนิดจะมีอัตราส่วนโอกาสยุติการตั้งครรภ์เป็น 2.41 เท่า เมื่อเทียบกับไม่คุมกำเนิด (AOR = 2.41, 95% CI = 1.10–5.24) เมื่อหญิงตั้งครรภ์มีบุตรมากกว่า 2 คน จะมีอัตราส่วนโอกาสยุติการตั้งครรภ์ลดลงร้อยละ 75 เมื่อเทียบกับไม่มีบุตร (AOR = 0.25, 95% CI = 0.09–0.72) เมื่อหญิงตั้งครรภ์มีประวัติตั้งครรภ์ 3 ครั้ง และตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไป จะมีอัตราส่วนโอกาสยุติการตั้งครรภ์เป็น 4.02 และ 10.92 เท่า เมื่อเทียบกับตั้งครรภ์ 1 ครั้ง (AOR = 4.02, 95% CI = 1.40–11.52; AOR = 10.92, 95% CI = 3.60–33.10) เมื่อหญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ > 12 สัปดาห์ จะมีอัตราส่วนโอกาสยุติการตั้งครรภ์ลดลงร้อยละ 78 เมื่อเทียบกับมาฝากครรภ์ ≤ 12 สัปดาห์ (AOR = 0.22, 95% CI = 0.08–0.63)


บทสรุป: การป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ควรอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความรู้และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ตันประดิษฐ์ ก. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของหญิงตั้งครรภ์ ที่รับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้. วารสารวิจัยทางการแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข, 1(3), e7884. สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/jmnpr/article/view/7884
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

บุรเทพ โชคธนานุกุล, กมลชนก ขำสุวรรณ. การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ผลกระทบทางสังคมจากมุมมองเรื่องเพศของแม่ต่างรุ่น. วารสารประชากร. 2559;4(2):61–79.

อุษมา ช้อนนาค, วีรวิทย์ ปิยะมงคล. การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Teenage pregnancy) [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 13 พฤษภาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/49484/

Barrow A, Jobe A, Barrow S, Touray E, Ekholuenetale M. Prevalence and factors associated with unplanned pregnancy in The Gambia: findings from 2018 population-based survey. BMC Pregnancy Childbirth. 2022;22(1):17. doi: 10.1186/s12884-021-04371-7

จิรวัฒน์ พลภักดี. ผลลัพธ์การตั้งครรภ์สตรีตั้งครรภ์อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี ที่มาคลอดในโรงพยาบาลกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ. 2567;3(1):115–26. เข้าถึงได้จาก: https://he03.tci-thaijo.org/index.php/SJRH/article/view/2294

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยแบบองค์รวม. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา; 2564.

Oulman E, Kim TH, Yunis K, Tamim H. Prevalence and predictors of unintended pregnancy among women: an analysis of the Canadian Maternity Experiences Survey. BMC Pregnancy Childbirth. 2015;15(1):260. doi: 10.1186/s12884-015-0663-4

Mohammed F, Musa A, Amano A. Prevalence and determinants of unintended pregnancy among pregnant woman attending ANC at Gelemso General Hospital, Oromiya Region, East Ethiopia: a facility based cross-sectional study. BMC Women’s Health. 2016;16(1):56. doi: 10.1186/s12905-016-0335-1

Habib MA, Raynes-Greenow C, Nausheen S, Soofi SB, Sajid M, Bhutta ZA, et al. Prevalence and determinants of unintended pregnancies amongst women attending antenatal clinics in Pakistan. BMC Pregnancy Childbirth. 2017;17(1):156. doi: 10.1186/s12884-017-1339-z

วัชรินทร์ เล็กเจริญกุล. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของหญิงที่เข้ารับบริการในคลินิกฝากครรภ์โรงพยาบาลอุดรธานี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี. 2566;31(3):379–89. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/udhhosmj/article/view/267036

ภาณิชา วัฒนากมลชัย, อารีย์พรรณ โสภณสฤษฎ์สุข, ยุทธพงศ์ วีระวัฒนตระกูล, เจศฎา ถิ่นคำรพ. ความชุกของการตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผนในสตรีที่มาฝากครรภ์. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2561;33(5):408–14. เข้าถึงได้จาก: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/SRIMEDJ/article/view/141460

พิชาภรณ์ จันทนกุล, สมฤดี ชื่นกิติญานนท์. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของสตรีวัยรุ่นที่ฝากครรภ์ในโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม. 2564;22(43):62–76. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nursingsiamjournal/article/view/252773

พัชราพร ควรรณสุ, พิศิษฐ์ เสรีธรรมะพิทักษ์, นันทนา ควรรณสุ. ความรู้ ทัศนคติและการป้องกันตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่นหญิง จังหวัดนครพนม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2566;8(2):210–9. เข้าถึงได้จาก: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/265730

นิศานาถ สรรคพงษ์, พนมพร พุ่มจันทร์. การตัดสินใจเก็บครรภ์และการดำเนินชีวิตของสตรีที่เก็บครรภ์ไม่พึงประสงค์. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2561;43(1):161–92. เข้าถึงได้จาก: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/132163

จิรัชยา เจียวก๊ก, อลัน สาดีน, คฑาวุธ แสงอรุณ, ไมสาเราะ บูอีตำ, สกุลรัตน์ เทพสุทา. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของมารดาต่อการยุติการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในโรงพยาบาลสงขลา จังหวัดสงขลา. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. 2567;20(1):40–62. เข้าถึงได้จาก: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/eJHUSO/article/view/273443

โรงพยาบาลทุ่งสง. ทะเบียนผู้มารับบริการฝากครรภ์. นครศรีธรรมราช: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช; 2567.

Schlesselman JJ. Case-control studies. New York: Oxford University Press; 1982.

สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานเฝ้าระวังการตั้งครรภ์แม่วัยรุ่น พ.ศ. 2567 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 13 พฤษภาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://rh.anamai.moph.go.th/web-upload/7x027006c2abe84e89b5c85b44a692da94/m_magazine/35435/5046/file_download/6be7e9b8d4a4f420f3d6c53e451e2dd3.pdf

กองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ . สถานการณ์สตรีไทย ปี 2567. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์; 2567.

อมรทิพย์ วงศ์เมือง, ชีวรัตน์ บุญวงศ์, วรลักษณ์ คีรินทร์นนท์. การพัฒนารูปแบบการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิจัยสุขภาพปฐมภูมิ.2568;1(2):178–98. เข้าถึงได้จาก: https://he05.tci-thaijo.org/index.php/J_PHR/article/view/5746

กชณิภา ผลพฤกษ์, เนตรรัชนี กมลรัตนานันท์, วายุรี ลำโป. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้สารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในสตรีวัยรุ่น. วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ. 2567;36(2):66–78. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/CUNS/article/view/270401