การพัฒนารูปแบบการให้สุขศึกษาเพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจำหน่าย ออกจากโรงพยาบาลในมารดาหลังคลอดครรภ์แรกที่คลอดทางช่องคลอด

ผู้แต่ง

  • พฤศพร ลิปิกรโกศล โรงพยาบาลสุโขทัย

คำสำคัญ:

การพัฒนารูปแบบ, การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, มารดาหลังคลอด, สุขศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนา (R&D) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการให้สุขศึกษาเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลในมารดาหลังคลอดครรภ์แรกที่คลอดทางช่องคลอด และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ปัญหาและความต้องการจากทีมสหวิชาชีพ 15 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบสุขศึกษา โดยใช้ผลการวิเคราะห์จากระยะที่ 1 ร่วมกับการสังเคราะห์แนวคิดทฤษฎี และระยะที่ 3 ศึกษาผลการใช้รูปแบบกับมารดาหลังคลอดครรภ์แรกจำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แนวคำถามกึ่งโครงสร้าง แบบทดสอบความรู้ และแบบสอบถามการรับรู้ความสามารถของตนเอง (Self-Efficacy) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และ Wilcoxon Signed Ranks Test

ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนารูปแบบ: รูปแบบการให้สุขศึกษาที่พัฒนาขึ้นเป็น รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning Model) ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-Centered) โดยบูรณาการระหว่างการสอนแบบ “ปฏิบัติจริงข้างเตียง” (Bedside Coaching) โดยทีมสหวิชาชีพ ร่วมกับการใช้สื่อดิจิทัล เช่น วิดีโอสั้นและคู่มือ Infographic เพื่อเสริมการเรียนรู้และทบทวนความรู้ได้เองที่บ้าน 2) ประสิทธิผลด้านความรู้: คะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของมารดาหลังการใช้รูปแบบ (M=16.40, SD=2.60) สูงกว่า ก่อนการใช้รูปแบบ (M=12.30, SD=1.97) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z=-3.900, p=.000) 3) ประสิทธิผลด้าน Self-Efficacy: คะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองของมารดาหลังการใช้รูปแบบ (M=2.85, SD=0.43) สูงกว่า ก่อนการใช้รูปแบบ (M=2.17, SD=0.40) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z=-3.194, p=.001)

สรุปและข้อเสนอแนะ: รูปแบบการให้สุขศึกษาที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการเพิ่มพูนความรู้และสร้างความเชื่อมั่นในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้กับมารดาหลังคลอดครรภ์แรก ข้อเสนอแนะคือควรนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้เป็น แนวปฏิบัติทางคลินิก (CNPG) มาตรฐาน ของโรงพยาบาล และมีการติดตามผลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในระยะ 4-6 เดือน เพื่อยืนยันผลลัพธ์ในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Exclusive breastfeeding for optimal growth, development and health of infants [Internet]. 2021 [cited 2025 Dec 14]. Available from: https://www.who.int/elena/titles/exclusive_breastfeeding/en/

Section on Breastfeeding, Meek JY, Noble L. Policy Statement: Breastfeeding and the Use of Human Milk. Pediatrics. 2022 Jul;150(1): e2022057988.

กรมอนามัย. รายงานสถานการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของประเทศไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.

รพีพรรณ วิบูลย์วัฒนกิจ, จิราจันทร์ คณฑา, นิตยา ศรีแจ่ม, รุ่งนภา ศักดิ์ตระกูล. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน เจตคติต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กับพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาหลังคลอดครรภ์แรก. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข. 2566;3(3):95-109.

พัชรา สมชื่อ, อุมาสวรรค์ ชูหา, สุภาวดี นาคสุขุม. การจัดการความเจ็บปวดแผลฝีเย็บหลังคลอด. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2562;15(3):151-8.

นพรัตน์ ธาระณะ. การรับรู้ปริมาณน้ำนมแม่ไม่เพียงพอในมารดาหลังคลอด: ความท้าทายของพยาบาล. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2566;50(2):267-79.

ศิตานันท์ วรรณเสน. ปัจจัยทำนายความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของมารดาที่ผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้องในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2564.

Deming WE. Out of the crisis. Cambridge (MA): Massachusetts Institute of Technology, Center for Advanced Engineering Study; 1986.

Bandura A. Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977;84(2):191–215.

รัตน์ศิริ ทาโต. การวิจัยทางพยาบาลศาสตร์: แนวคิดสู่การปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2561.

เพียงไพฑูรย์ นามศักดิ์. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อความรู้และพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาหลังคลอดครรภ์แรก ในหอผู้ป่วยพิเศษ VIP 4,5 โรงพยาบาลหนองคาย [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 14 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://nkhospital.moph.go.th/journal/52

วรรณา สิงห์เมือง. ความรู้และทักษะในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของหญิงหลังคลอดครรภ์แรกในโรงเรียนพ่อแม่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 14 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://apps.hpc5.go.th/dmkm/approves/619

รสิตา จิรัฏฐ์ชัยกุล. ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะตนเองในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แบบออนไลน์ของมารดาหลังผ่าตัดคลอด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 14 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://apps.hpc5.go.th/dmkm/approves/971

วนิดา ทองแท้, เกศกัญญา ไชยวงศา, พุทธิดา จันทร์สว่าง. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกเพื่อส่งเสริมการไหลของน้ำนมในมารดาหลังคลอด โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน. วารสารการพยาบาล สุขภาพ และการศึกษา. 2567;7(1):64-75.

สุปัญญา บุญถูก, ดวงพร วัฒนเรืองโกวิท. ผลของการวางแผนจำหน่ายมารดาหลังคลอด โรงพยาบาลยโสธร. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2566;16(3):292–303.

กุลญาดา โคตรวรมมา. ประสิทธิผลของการใช้รูปแบบการวางแผนจำหน่ายแบบผสมผสานต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองและทารกของมารดาหลังคลอด หอผู้ป่วยพิเศษวีไอพี โรงพยาบาลบึงกาฬ [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 14 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://bkpho.moph.go.th/ssjweb/bkresearch/index.php?fn=detail&sid=247

อิชยา มอญแสง, ศิริพร แสงศรีจันทร์, พัชรินทร์ ไชยบาล, ปุญพิชชา พร้อมสุข, กัลยา จันทร์สุข, ประทุมพร เพียรจริง. การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับมารดาหลังคลอดของโรงพยาบาลพะเยา. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2559;34(3):88-96.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-28

รูปแบบการอ้างอิง

ลิปิกรโกศล พ. (2026). การพัฒนารูปแบบการให้สุขศึกษาเพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจำหน่าย ออกจากโรงพยาบาลในมารดาหลังคลอดครรภ์แรกที่คลอดทางช่องคลอด. วารสารวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพลายสือไทย, 2(3). สืบค้น จาก https://he05.tci-thaijo.org/index.php/LHIJ/article/view/8041

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย

หมวดหมู่